ตา2ชั้น สำหรับสาวตาชั้นเดียวหรือชั้นตาหลบ

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

ตา2ชั้นสำหรับสาวตาชั้นเดียวหรือชั้นตาหลบ การติดขนตาปลอมจะช่วยให้เห็นชั้นตาชัดและดูตาโตขึ้นได้จนคุณเองยังแปลกใจ

ถึงตาคุณจะไม่กลมโตมาตั้งแต่เกิด แต่เราก็ทำให้มันสวยน่ามองขึ้นได้ด้วยการออกกำลังกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตรอบๆ ดวงตาเป็นประจำ ตา2ชั้น.
ตา2ชั้น
ท่าที่ 1 นอนราบกับพื้น กดนิ้วกลางของทั้งสองมือไว้ที่หว่างคิ้ว ส่วนนิ้วชี้วางไว้บริเวณหัวตาจากนั้นขยิบตาติดต่อกัน 10ครั้ง แต่ละครั้งต้องลืมตาจ้องไปข้างหน้าก่อนแล้วค่อยขยิบตา เมื่อครบ 10 ครั้งจึงเปลี่ยนมาหลับตาให้แน่นที่สุด นับ 1-40 ในใจแล้วค่อยๆ คลายออก

Tip : ท่านี้จะลดอาการตาบวม รอยดำใต้ตา ควรทำวันละ 3 ครั้ง เริ่มจากทันที่ที่ตื่นนอน 1 ครั้ง ก่อนแต่งหน้า 1 ครั้ง และตอนกลางวัน (ถ้าทำงานใช้สายตามมากจนตาบวม) อีกครั้ง ตาสองชั้น

ท่าที่ 2 นอนราบกับพื้น ใช้สองมือประคองต้นคอไว้ ค่อยๆ ยกศีรษะขึ้นจากพื้นประมาณ 30 องศา ขยิบตาเหมือนท่าที่ 1 จำนวน 10 ครั้ง ครบ 10 ครั้งแล้วให้หลับตาเหมือนเดิม แต่เวลาหลับตาต้องหลับตาให้แน่นที่สุด ทำอีก 10 ครั้ง จากนั้นยกศีรษะให้สูงจากพื้นอีกครึ่งนิ้ว แล้วขยิบตาแบบหลับตาแน่นอีก 10 ครั้ง

Tip : การค่อยๆ ยกศีรษะให้สูงขึ้นทีละระดับ จะเพิ่มความยากให้กล้ามเนื้อตาต้องทำงานหนักขึ้น อาการตาบวมก็จะหายไปเร็วขึ้นด้วย

มีคำกล่าวเชยๆ กล่าวไว้ว่า ดวงตา คือ หน้าต่างของหัวใจ แม้ผู้ชายจะไม่อินกับเรื่องนี้มากนัก แต่ผู้หญิงนั้น ใส่ใจตรงจุดนี้อย่างมาก

นั่นก็เพราะ เมื่อสบตาของใครซักคนแล้ว จะสื่อสารความคิดของเราให้ฝ่ายตรงข้ามเข้าใจ ดวงตาที่กลมโตสวยงาม จะดึงดูดให้คู่สนทนาสนใจเรามากกว่า

ในปัจจุบัน การทำศัลยกรรมที่เกี่ยวกับดวงตามีมากมาย เพื่อให้ดวงตา กลมโต คมชัดสวยงาม ทำให้ศัลยกรรมดวงตาสำหรับผู้หญิงจ ะได้รับความนิยมอย่างมาก

และ ณ ปัจจุบันการทำศัลยกรรมดวงตา ที่นิยมทำมากสุด ก็คือ การทำ ศัลยกรรม love band ตาหวาน หรือการทำดวงตาให้สวยซึ้งชวนมอง ทำให้คู่สนทนาใจอ่อนเมื่อสบตา

ศัลยกรรม love band คือ การทำศัลยกรรมขอบตาล่างให้หนาขึ้น ทำให้ดวงตาดูอวบอิ่มเหมือนเด็ก ดวงตาจะกลมโตสดใส ดูโดดเด่นและดูหวานฉ่ำสวย

ซึ่งเหมือนคนกำลังมีความรัก โดยการทำศัลยกรรม love band เป็นเทรนด์การทำศัลยกรรมดวงตา ที่มาจากเกาหลีและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในแถบโซนเอเชีย.

Posted on September 24, 2016 at 16:43 by admin · Permalink · Comments Closed
In: ตา2ชั้น

ขอบตาดำ ทำไงดี เอาใจใส่รอบดวงตาแต่เนิ่น ๆ ดีที่สุด

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

ขอบตาดำ ทำไงดี เอาใจใส่รอบดวงตาแต่เนิ่น ๆ ดีที่สุด
กรี๊ดดด..ขอบตาดำ ทำไงดี?

“ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ”…เป็นประโยคที่ได้ยินเป็นประจำ การที่เราจะมองใครคนหนึ่งว่าสวยหรือไม่ ตาก็เป็นจุดที่สำคัญจุดหนึ่ง ถ้าใครมีดวงตาที่ผ่องใส ผิวหนังรอบตาไม่มีมลทิน ก็ทำให้หน้าดูสวยไปแล้วครึ่งหนึ่ง แต่ถ้าใครมีปัญหาขอบตาคล้ำ ก็ทำให้ใบหน้าดูหมอง ไม่สดใส ความสวยงามก็ลดลงไปแล้ว ดังนั้น การรักษาผิวรอบดวงตาที่หมองคล้ำทำให้กลับมาสดใสจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ปัญหาใต้ตาคล้ำ เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยๆ ในคนไทย ก่อนจะมาถึงการรักษา ควรจะต้องทราบถึงสาเหตุเสียก่อน เพื่อให้การรักษาได้ผลดีขึ้น และเป็นการป้องกันไม่ให้รอยดำเป็นมากขึ้น ขอบตาดำ ทำไงดี

ขอบตาดำ ทำไงดี

 

ขอบตาดำ ทำไงดี สาเหตุของขอบตาดำ มีอยู่ด้วยกันหลายสาเหตุ บางคนมีสาเหตุจากหลายๆ สาเหตุไม่ว่าจะเป็น สาเหตุแรกมาจากกรรมพันธุ์ ถ้าคนไทยมีขอบตาดำ แล้วลองหันไปมองญาติพี่น้อง พ่อแม่ของคุณดูว่าเป็นแบบเดียวกับที่คุณเป็นหรือไม่ ถ้าเป็นละก็ การรักษาและป้องกันอาจจะยาก ต่อมาเป็นสาเหตุมาจากภูมิแพ้ คนที่เป็นภูมิแพ้ จะพบว่าเส้นเลือดดำที่อยู่รอบตาจะขยายใหญ่มากกว่าคนทั่วไป และเส้นเลือดดำเหล่านี้นี่เองที่เป็นสาเหตุให้ขอบตาของคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ดูคล้ำกว่าคนทั่วไป

การระคายเคืองแถวๆ รอบตา ก็สามารถทำให้ขอบตาคล้ำได้เช่นกัน การขยี้ตาบ่อยๆ เพราะการขยี้ตาจะกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีให้เพิ่มจำนวนขึ้นบริเวณนั้น หรือแม้แต่การแพ้ครีมทารอบดวงตา บางคนอาจแพ้สารบางอย่างในครีม ซึ่งไม่สามารถบอกได้ว่า ใครจะแพ้สารตัวใด ใครบ้างที่จะเป็น ถ้ารู้ว่าแพ้คงต้องหยุดการทาครีมดังกล่าว ถ้าไม่ทราบอาจต้องพึ่งการทดสอบว่าแพ้สารที่ต้องสงสัยหรือไม่

อดนอน ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะสาเหตุนี้เป็นสาเหตุที่พบบ่อยในสภาพสังคมปัจจุบัน ขอบตาดำ ทำไงดี ใครที่รู้ตัวว่าอดนอนบ่อยๆ หรือนอนดึก ก็ขอให้นอนเร็วขึ้น เพื่อที่ขอบตาจะได้ดูสดใสกว่าเดิม หรือแม้แต่เป็นปานโอตะ ซี่งปานโอตะนี้คือ เซลล์เม็ดสีที่อยู่ในชั้นหนังแท้ พบในบางคนที่มีความผิดปกติที่เซลล์สร้างเม็ดสีอยู่ผิดที่ ซึ่งมักพบบริเวณรอบๆ ตา โดยมากมักจะเป็นข้างเดียว แต่มีบางคนอาจเป็นได้ทั้ง 2 ข้าง ทำให้ขอบตาดูเขียวคล้ำ

วิธีการรักษาขอบตาดำก็ไม่ยาก ถ้าไม่ใจร้อน รักษาแบบได้ผลช้าๆ ก็ใช้เป็นยาทาใต้ตาที่มีส่วนผสมของ whitening เช่น วิตามินซี แต่ถ้าต้องการให้เห็นผลดีมากขึ้น และได้ผลเร็วๆ การรักษาด้วยเลเซอร์ หรือเครื่องแสงเข้มข้น เป็นวิธีที่ได้ผลดี เลเซอร์ที่ใช้รักษาขอบตาดำได้ ที่นิยมมากที่สุดคือ nd-yag laser นอกจากนี้เลเซอร์ตัวนี้ยังสามารถรักษาภาวะปานโอตะได้ด้วย หลังยิงเลเซอร์ ผิวบริเวณนั้นจะเป็นสะเก็ด และสะเก็ดจะหลุดออกภายใน 1-2 อาทิตย์ และผิวของตาที่คล้ำก็จะดูขาวขึ้น เครื่องแสงเข้มข้น คล้ายกับเลเซอร์ แต่ต่างกันที่หลังจากยิงเสร็จแล้วจะไม่เป็นแผล แต่อาจจะเป็นสะเก็ดฝอยๆ เล็กน้อย แต่เครื่องนี้ไม่สามารถรักษาภาวะปานโอตะได้

ขอบตาดำเป็นเรื่องที่ต้องรักษากันนาน และถ้าไม่รู้จักดูแลตัวเองให้ดี นอนหลับไม่เพียงพอ ไม่ช้าขอบตาก็กลับมาดำได้อีก ดังนั้น การดูแลเอาใจใส่รอบดวงตาเสียแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะเริ่มเป็นจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ขอบตาดำ ทำไงดี.

Posted on September 21, 2016 at 18:37 by admin · Permalink · Comments Closed
In: ขอบตาดำ ทำไงดี

สูตรขัดหน้า วิธีธรรมชาติ 12 สูตรขัดผิวให้ขาวกระจ่างใส

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

สูตรขัดหน้า วิธีธรรมชาติ 12 สูตรขัดผิวให้ขาวกระจ่างใสทั่วเรือนร่างPhoto Credit: Steve A Johnson
เชื่อว่าการที่ผู้หญิงเรามีผิวพรรณที่ขาวกระจ่างใสย่อมเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่ง เพราะความสุขของผู้หญิงเราก็คือการที่ได้เห็นตัวเองสวยนั่นเอง เพราะฉะนั้น เราจึงมาเผยสูตรลับเพื่อผิวขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติทั่วเรือนร่าง สูตรขัดหน้า วิธีธรรมชาติ

สูตรขัดหน้า วิธีธรรมชาติ

สูตรขัดหน้า วิธีธรรมชาติ ด้วยสูตรขัดผิวหลากหลายสูตรที่หาได้จากวัตถุดิบธรรมชาติรอบตัวเรา แต่จะต้องนำมาขัดผิวกายอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ เนื่องจากบางสูตรหากนำมาขัดผิวหน้า ส่วนผสมบางชนิดอาจจะออกฤทธิ์แรงเกินไปมันอาจจะทำให้ผิวบนใบหน้าของคุณสาวๆ ระคายเคืองเอาได้

ว่าแต่พร้อมที่จะมีผิวสวยกันหรือยังเอ่ย หากพร้อมแล้วเรามาดูสูตรขัดผิวให้ขาวใสพร้อมกันเลย

1. ใยบวบตัวช่วยขัดผิวใสจากธรรมชาติ

เป็นอุปกรณ์ขัดผิวที่เปรียบเสมือนตัวช่วยที่ทำให้ผิวขาวกระจ่างใสได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมอย่างมากสำหรับสาวๆ ทุกสภาพผิวควรมีติดห้องน้ำกันไว้เลยค่ะ ในยามที่คุณอาบน้ำหลังจากชโลมฟองครีมอาบน้ำทั่วทั้งตัวแล้วให้หยิบใยบวบมาค่อยๆ ขัดเป็นวงกลมวนไปมาให้ทั่ว แต่ต้องขัดอย่างเบามือเท่านั้น เส้นใยจากใยบวบจะได้ไม่ขูดผิวจนแดงนั่นเอง อีกทั้งมันยังมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออกได้อย่างดีทีเดียว เพียงเท่านี้ผิวพรรณสาวๆ ก็กระจ่างใสเปล่งปลั่งได้แล้วค่ะ

2. สูตรน้ำมะนาวและน้ำมันมะกอก

นำส่วนผสมได้แก่ น้ำมะนาว น้ำมันมะกอกและเกลือเม็ดหยาบมาผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาขัดผิวในขณะอาบน้ำให้ทั่วเรือนร่าง แล้วล้างออกให้สะอาด

3. สูตรมะขามเปียกและส่วนผสมอื่นๆ

นำส่วนผสมได้แก่ มะขามเปียก 1 กำมือ น้ำมะนาว 1 ผล น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 6 ช้อนชา น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชาและผงขัดผิว 5-6 ช้อนชามาผสมให้กลายเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำมาขัดผิวให้ทั่วทั้งตัว แล้วล้างน้ำให้สะอาด

4. สูตรมะเขือเทศและน้ำตาลทราย

ให้คุณฝานมะเขือเทศให้ได้แผ่นบางจากนั้นนำไปจุ่มกับน้ำตาลทราย แล้วนำมาขัดผิวให้ทั่วทั้งตัว สูตรขัดหน้า วิธีธรรมชาติ ขัดจนกระทั่งน้ำตาลละลายออกไปจนหมด แล้วจึงเปลี่ยนแผ่นมะเขือเทศแผ่นใหม่ จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ 10 นาที แล้วจึงล้างออกให้สะอาด

5. สูตรขมิ้นสด

ใช้ขมิ้นสดขูดจนได้ผงละเอียดจากนั้นนำไปขัดผิวในตอนอาบน้ำกันได้เลยค่ะ หรือสามารถนำส่วนผสมจากธรรมชาติอื่นๆ ผสมลงไปด้วยก็ได้เช่นเดียวกัน เช่น นมสด น้ำมะนาว มะขามเปียก น้ำผึ้งและดินสอพอง เป็นต้น โดยใส่ผงขมิ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จากนั้นผสมให้กลายเป็นเนื้อเดียวกันแล้วนำไปขัดผิวค่ะ

6. สูตรจากมันฝรั่งดิบ

ใช้มันฝรั่งดิบมาขูดแล้วห่อด้วยผ้าขาวบาง แล้วนำไปขัดถูผิวในขณะอาบน้ำ มันฝรั่งจะทำให้ผิวพรรณอ่อนนุ่ม เต่งตึงและขาวกระจ่างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

7. สูตรนมสดรสจืด

ชโลมนมให้ทั่วผิวพรรณ เพื่อให้น้ำนมบำรุงสู่ผิวจะทำให้ผิวที่แห้งหยาบกร้านมีความเนียนนุ่มชุ่มชื้นยิ่งขึ้น และเมื่อชโลมจนผิวแห้งแล้วก็ให้นำใยบวบมาขัดวนเป็นวงกลม จากนั้นล้างออกให้สะอาด

8. สูตรสครับจากกากกาแฟ

ให้นำกากกาแฟที่ใช้แล้วปริมาณ 1 ถ้วยตวง มาผสมผงขมิ้นชัน 1 กรัมและมะขามเปียกที่คั้นได้น้ำประมาณ 1/2 ถ้วยตวง แล้วนำมาผสมให้กลายเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำไปขัดผิวให้ทั่วเรือนร่างประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกให้สะอาดโดยที่ไม่ต้องถูสบู่ซ้ำอีกครั้งค่ะ

9. สูตรแป้งข้าวจ้าว

ให้นำแป้งข้าวจ้าว 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับผงขมิ้นเพียงเล็กน้อยและนมสด 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำมาผสมให้กลายเป็นเนื้อเดียวกันแล้วนำไปฟอกถูตัวแทนสบู่ตอนอาบน้ำค่ะ

10. สูตรมะละกอสุกและโยเกิร์ต

ให้นำมะละกอสุก โยเกิร์ตรสธรรมชาติและเกลือทะเลมาปั่นรวมกันให้ละเอียด จากนั้นนำมาขัดผิวพร้อมนวดวนเบาๆ มือให้ทั่วแล้วล้างออกให้สะอาด

11. สูตรมะขามเปียก นมสดและน้ำผึ้ง

ให้คุณนำส่วนผสมทั้ง 3 อย่างมาผสมให้กลายเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำไปขัดผิวให้ทั่วแล้วล้างออกให้สะอาด

12. สูตรว่านนางคำ

ให้คุณนำส่วนผสมต่างๆ ได้แก่ ว่านนางคำ 100 กรัม ว่านไพร 25 กรัมและขมิ้นชัน 25 กรัมมาหั่นให้เป็นแผ่นบางนำตากแดดจนแห้งแล้วนำมาบดให้ละเอียด จากนั้นนำลิ้นทะเล 200 กรัม สารส้มสะตุ 200 กรัมและดินสอพองบดละเอียด 1,000 กรัม แล้วนำเอาส่วนผสมทั้งหมดนี้มาผสมให้กลายเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้นำไปใส่กระชอนแล้วร่อนจนได้ผงละเอียด แล้วนำเอาผงละเอียดนั้นไปขัดผิวต่อไปค่ะ

การขัดผิวที่ดีต้องเลือกขัดสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอแล้วค่ะ เพราะสาวๆ บางคนอาจเข้าใจว่าหากยิ่งอยากขาวก็ต้องยิ่งหมั่นขัดทุกวัน

แต่แบบนั้นจะทำให้ผิวของเราบอบบางไวต่อแดดมากขึ้นและยังเป็นการทำร้ายผิวไปในตัวอีก และหลังจากที่ขัดผิวกันเสร็จแล้วอย่าลืมทาครีมกันแดดปกป้องผิวที่มีค่า SPF 50 ขึ้นไปนะคะ เพราะแสงแดดบ้านเราร้อนระอุเป็นอย่างมาก ไม่เช่นนั้น ผิวสาวของคุณอาจต้องหมองคล้ำง่ายก็เป็นได้ค่ะ สูตรขัดหน้า วิธีธรรมชาติ.

Posted on September 19, 2016 at 11:15 by admin · Permalink · Comments Closed
In: สูตรขัดหน้า วิธีธรรมชาติ

เคล็ดลับหน้าใส

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

เคล็ดลับหน้าใส  เคล็ดลับหน้าใส โดยไม่ใช้เครื่องสำอาง
การมีใบหน้าที่ขาวใส กลายเป็นสิ่งที่มีความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะบรรดาสุขภาพสตรีทั้งหลายที่ต้องการความขาวใสและการใส่ใจในสุขภาพของตนเองอย่างแท้จริง ดังนั้นเพื่อให้ตนเองมีใบหน้าที่ขาวใสและสวยตลอดเวลา อีกทั้งยังไม่ต้องใช้เครื่องสำอางด้วย ลองนำเคล็ดลับหน้าใส ง่ายๆต่อไปนี้ไปใช้ในการดูแลผิวหน้าของตนเองดูนะคะ รับรองว่าหน้าขาวใสต้องกลายเป็นของคุณอย่างแน่นอน เคล็ดลับหน้าใส 

เคล็ดลับหน้าใส

 

เคล็ดลับหน้าใส  น้ำเปล่าบ่อยๆ

คำว่าน้ำเปล่าในที่นี้ หมายถึงการหมั่นดื่มน้ำเปล่าที่สะอาดอยู่เสมอๆ เพราะการทำแบบนี้ช่วยให้ร่างกายสามารถนำน้ำนั้นไปหล่อเลี้ยงร่างกายและไปเติมเต็มส่วนต่างๆของร่างกายโดยเฉพาะน้ำหล่อเลี้ยงเซลล์ผิวนั่นเอง จึงทำให้ผิวพรรณเต่งตึงตลอดเวลา กลายเป็นเคล็ดลับหน้าใสที่ไม่ควรมองข้ามโดยเด็ดขาด

 

ร่มช่วยเราได้เสมอ

เคล็ดลับหน้าใส ข้อสองหากเป็นไปได้เลือกซื้อร่มสักคัน ที่สามารถกันแดดได้ และสามารถกันฝุ่นละอองต่างๆได้ เพราะจะช่วยให้ใบหน้าของเรานั้นไม่ต้องมาสัมผัสกับแสงแดด กลายเป็นอันตรายขึ้นมาได้ ดังนั้นหากต้องการที่จะปกป้องตนเองจากรังสี UV ก็เพียงแต่เดินในที่ร่ม หรือใช้ร่มก็เพียงพอแล้ว

 

ทานผลไม้บ่อยๆ

เคล็ดลับหน้าใส ข้อต่อมา การทานผลไม้ คือการเติมอาหารผิวจากภายใน และเป็นประโยชน์มากในการดูแลผิวพรรณของคุณเอง โดยผลไม้ที่เหมาะสมอย่างยิ่งต่อการนำมาดูแลสุขภาพผิวอาทิ องุ่นและผลไม้จำพวกส้มเป็นต้น ยิ่งทานสดๆยิ่งดีต่อสุขภาพมากๆนะคะ

 
เคล็ดลับหน้าใส วัยรุ่นควรอ่าน
Health ? สุขภาพทั่วไป ? เคล็ดลับหน้าใส วัยรุ่นควรอ่าน
7 Retweet 0 แชร์ / 7
ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย ใครๆ ก็อยากมีผิวพรรณดี โดยเฉพาะผิวหน้า น.พ.ประวิตร พิศาลบุตร อายุรแพทย์ด้านโรคผิวหนัง แนะนำไว้ในคอลัมน์ “Healthy Skin Q&A” นิตยสาร “ชีวจิต” ฉบับมิ.ย.ลองปฏิบัติตามกันดู

 

เคล็ดลับหน้าใส วัยรุ่นควรอ่าน

เคล็ดลับหน้าใส วัยรุ่นควรอ่าน

ล้างหน้า – ล้างหน้าเบาๆ แล้วซับให้แห้งด้วยผ้าขนหนูสะอาดเบาๆ ไม่ควรใช้แปรง ฟองน้ำ สบู่ หรือสบู่เป็นเม็ดผสมเม็ดขัดถูใบหน้า

เครื่องสำอาง – เลือกใช้เท่าที่จำเป็น ต้องไม่มีสารสเตียรอยด์เจือปน  เคล็ดลับหน้าใส  เลือกใช้ครีมให้ความชุ่มชื้นที่ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นสารเคมีกระตุ้นให้เกิดสิว

สิว – หากเป็นน้อย เช่น สิวหัวดำ หัวขาว หรือสิวอักเสบเพียง 1-2 เม็ด อาจหาซื้อยามาทาเองได้ แต่ต้องอ่านฉลากยาให้เข้าใจ ไม่แนะนำให้บีบแกะสิวออกด้วยตัวเอง เพราะอาจอักเสบ ลุกลามและเป็นแผลได้

ฝ้า – ยังไม่มีวิธีใดรักษาฝ้าและกระให้หาย ขาดและไม่เกิดขึ้นใหม่ได้อีก จึงไม่ควรเสียเงินและเวลาให้กับการรักษาจนเกิน ไป ฝ้าและกระป้องกันได้โดยหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วง 08.00-17.00 น. และใช้ครีมกันแดด

รอยย่น – แบ่งเป็น 3 แบบ คือ รอยเหี่ยวจากอารมณ์ รอยเหี่ยวจากแสงแดด และรอยเหี่ยวแห้ง รอยเหี่ยวย่นป้องกันได้ด้วยการมีอารมณ์แจ่มใส อย่าทำหน้านิ่วคิ้วขมวด หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัด

พักผ่อน – นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ วันละไม่ต่ำกว่า 6-8 ชั่วโมง รับประทานอาหารให้ครบหมู่ รวมทั้งผักผลไม้และดื่มน้ำให้เพียงพอ นอกจากนั้นต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอ

บุหรี่ – ทำให้แก่เร็ว ผิวบาง ผิวหย่อนยาน ผิวแห้ง เกิดมะเร็งผิวหนังได้ง่ายขึ้น เวลาเกิดแผล จะหายช้า บุหรี่ทำลายผิวหนังได้รุนแรงพอๆ กับการโดนแสงแดดเผา การเที่ยวกลางคืนบ่อยๆ อาจทำให้ผิวเสียได้ เนื่องจากสถานบันเทิงอบอวลด้วยบุหรี่

แอลกอฮอล์ – ทำให้เปลือกตาบวม ผู้ที่ดื่มจัดจะขาดวิตามินบี ทำให้ผิวพรรณซีด เหี่ยวแห้ง หย่อนยาน เวลาเมามักไม่ได้ทำความสะอาดใบหน้าก่อน ทำให้เกิดผื่นแพ้เครื่องสำอาง และสิวได้ง่าย

ไม่เครียด – ความเครียดทำให้เป็นลมพิษ ผมร่วง เริมกำเริบ เหงื่อออกมากจนมีกลิ่นตัว หรือสิวกำเริบได้ บางรายเวลาเครียดชอบแกะสิวเล่น ทำให้เกิดแผลเป็น วิธีหลีกเลี่ยงความเครียดทำได้เช่น ออกกำลังกาย นั่งสมาธิ เล่นโยคะ นวด มีอารมณ์ขัน มองโลกในแง่ดี เคล็ดลับหน้าใส .

Posted on September 18, 2016 at 19:09 by admin · Permalink · Comments Closed
In: เคล็ดลับหน้าใส

การรักษาหลุมสิว

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

การรักษาหลุมสิว  การรักษาหลุมสิวด้วยวิธีการธรรมชาติ
วันนี้มาดูวิธีลดรอยดำ จุดด่างดำจากสิว หลุมสิว ที่กิดจาการบีบ เค้น กดสิวกันครับ เป็นวิธีลดรอยสิวแบบธรรมชาติ รวมๆกันมาให้เลือกใช้ดู แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน การรักษาหลุมสิว 

การรักษาหลุมสิว
การรักษาหลุมสิว  หอมแดง
เป็นสมุนไพรไทยที่นิยมเอามาทำอาหารกันหลากหลาย โดยเฉพาะในพริกแกงต่างๆนั้นแทบจะขาดไม่ได้ แต่สรรพคุณอีกข้อหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยนั่นคือ หอมแดงสามารถที่ช่วยในการลดรอยดำจากสิว หลุมสิว ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เพราะในหอมแดงมีสารที่สามารถต้านเชื้อแบคทีเรีย(ต้นเหตุการเกิดสิว หลุมสิว)ได้ดี และมีสารที่ใช้ต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย วิธีการก็ง่ายๆนำหอมแดงมาปอกเปลือกออก หั่นให้เป็นแว่นบางและนำมาแต้มตรงบริเวณที่เป็นจุดด่างดำ ทำเป็นประจำทุกวันรอยดำสิวหลุมสิว ก็จะค่อยๆจางลงอย่างเห็นได้ชัด จากดำก็จะกลายเป็นแดงๆ จากแดงๆก็เริ่มเป็นสีเนื้อปกติ สามารถทาได้ทุกวันโดยไม่มีผลค้างเคียงใดๆทั้งสิ้น (แต่อาจจะแสบตาเล็กน้อยตอนทา)
มะละกอสุก
มะละกอขึ้นชื่อในเรื่องคุณประโยชน์สารพัด โดยเฉพาะในเรื่องผิวพรรณที่ว่ากันว่ากินแล้วผิวจะดี การรักษาหลุมสิว  เปร่งปรั่ง มีน้ำมีนวลและยังช่วยลดรอยดำจากสิว หลุมสิว ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากในมะละกอมีเอนไซม์ปาเปนและไคโมปาเปนช่วยย่อยโปรตีน ซึ่งสามารถลดการอักเสบต่างๆของผิวหนังได้ สามารถใช้กระตุ้นให้เกิดการสมานแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกได้ เพราะฉะนั้นจึงสามารถใช้ลดรอยดำที่เกิดจากสิว หลุมสิว ได้เช่นกัน วิธีทำก็นำมะละกอสุกมาปลอกเปลือกและล้างยางออกให้สะอาด (ต้องสะอาดจริงนะครับ ไม่งั้นยางอาจกัดหน้าได้) จากนั้นก็นำมะละกอมาบดให้ละอียด แล้วจัดการพอกให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออก หลังล้างออกจะรู้สึกว่าหน้าเนียนนุ่มขึ้นทันที ใช้เป็นประจำริ้วรอยจากสิวจะลดลงเยอะครับ เป็นของจากธรรมชาติที่ดีจริงๆ
ใบบัวบก
ใบบัวบกเป็นที่รู้จักกันดีว่ากินแล้วช่วยรักษาอาการฟกช้ำได้ดี และยังสามารถใช้ลดรอยดำจากสิว หลุมสิว ช่วยลดแผลเป็นจากสิว แผลคีลอยด์ได้ด้วย เนื่องจากในใบบัวบกมีสารไกลโคไซด์ ( Glucosides ) ซึ่งจะช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ และช่วยสร้างคอลลาเจนให้กับผิวหน้าของเรา เมื่อคอลลาเจนถูกสร้างขึ้นผลที่ตามมาก็คือ ลอยดำ หลุมสิว ก็จะลดลงจางลงไปได้ และยังทำให้ผิวหน้าโดยรวมดีขึ้นอีกต่างหากืวิธีใช้ก็นำใบบัวบกไปปั่นกับเครื่องปั่น หากใครไม่มีก็เอาไปตำในครกได้ จากนั้นก็นำใบบัวบกที่ได้มาพอกหน้าได้เลย ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด
น้ำมันมะพร้าวสะกัดเย็น
ในน้ำมันมะพร้าวจะมีสารที่โดดเด่นอยู่ตัวหนึ่งชื่อว่า “กรดลอริค” ซึ่งช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียได้ดี และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เข้าไปทำงานที่เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังช่วยให้ผิวเราชุ่มชื้นอ่อนนุ่มลง ช่วยให้ผิวหน้าที่เป็นรอยดำจากสิว หลุมสิว ลดลงได้ หาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป วิธีใช้ก็ใช้ทาหลังล้างหน้าเหมือนเป็นครีมบำรุงตัวหนึ่งก่อนนอนโดยไม่ต้องล้างออก นอกจากนี้น้ำมันมะพร้าวยังใช้ทาแทนโลชั่นทาผิวได้ด้วยนะ ช่วยทำให้ผิวเราชุ่มชื้นและมีสุขภาพดี เป็นของจากธรรมชาติที่มีสรรพคุณเยอะมากอีกตัวหนึ่ง การรักษาหลุมสิว .

Posted on September 17, 2016 at 14:59 by admin · Permalink · Comments Closed
In: การรักษาหลุมสิว

รักษาสิวที่หลัง วิธีรักษาสิวที่หลังและรอยดำ

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

รักษาสิวที่หลัง  วิธีรักษาสิวที่หลังและรอยดำ ให้กลับมาสวยเรียบเนียนง่ายๆด้วยตัวเอง
สิวที่หลัง เชื่อว่าเป็นปัญหาใหญ่ของทุกคนที่ดูแลตัวเองและคนที่ใส่ใจด้านความสวยความงาม ถึงจะเกิดในร่มผ้าที่ไม่มีใครเห็น แต่ก็ทำให้ขาดความมั่นใจไปเลย อยากจะใส่เสื้อผ้าตัวเก่งดีไซด์เก๋เปิดหลัง แนวจี๊ดๆซักตัว “แต่ก็เห็นรอยแดงรอยดำจากสิว” วันนี้จะมาแชร์ประสบการณ์การรักษาสิวที่หลังและรอยดำด้วยตนเองให้กลับมาสวยเรียบเนียนได้เหมือนเดิมโดยวิธีง่ายๆ ด้วยงบประหยัดไม่กี่ร้อยบาท ก็เลยอยากเอามาแนะนำให้กับคนที่มีปัญหาแบบเดียวกัน อยากมีแผ่นหลังเนียนสวย จะได้กลับมาใส่เสื้อผ้าตัวเก่งได้อย่างมั่นใจอีกครั้งนะคะ  รักษาสิวที่หลัง

รักษาสิวที่หลัง
รักษาสิวที่หลัง  ปกติเป็นคนผิวแพ้ง่ายมาก แพ้ฝุ่น แพ้อากาศ แพ้สารเคมี บลาๆ สารพัด ดังนั้นไม่แปลกที่จะเกิดสิวเห่ออักเสบทั้งด้านหน้า ทั้งสิวที่หลัง แต่ในเมื่อรู้ตัวว่าเป็นสิวง่ายและบ่อยก็ต้องรู้จักหาวิธีดูแลรักษา

ก่อนอื่นมารู้จักกันก่อนว่า สาเหตุการเกิดสิวที่หลังมีอะไรบ้าง

ฮอร์โมน การเกิดสิวทุกที่บนร่างกายไม่ว่าจะเป็นที่ใบหน้า หลัง ไหล่ ก้น หรือหน้าอก ล้วนเกิดจากการแปรปรวนของฮอร์โมนในร่างกายตัวเอง เพราะต่อมไขมันในร่างกายมีการทำงานมากจนเกินไป
เชื้อรา พี โอวาเล ซึ่งปกติมีเชื้อราตัวนี้อยู่ตามผิวหนังของคนเราอยู่แล้ว แต่สาเหตุที่เกิดสิวเพราะ มีปริมาณมากกว่าปกติ ซึ่งถ้ามีไขมันที่เชื้อราชอบก็จะเกิดการแบ่งตัวมากขึ้น และปล่อยสารย่อยสลายออกมา นั่นหล่ะที่ทำให้เกิดสิวอักเสบ
เหงื่อไคล ด้วยสภาพอากาศร้อนชื้นของเมืองไทยทำให้เหงื่ออกง่าย รักษาสิวที่หลัง  เมื่ออากาศร้อนรูขุมขนเปิดกว้างเกิดการสะสมของแบคทีเรีย และกระตุ้นสิวให้เกิดขึ้น หรือจากสาเหตุอื่นๆอีก เช่น สวมเสื้อผ้าที่ร้อนอับ หมักหมมไม่อาบน้ำทันทีหลังเล่นกีฬา ผ้าปูที่นอนสกปรก รวมไปถึงหมอน ชุดนอน และผ้าห่มอีกด้วย
ผิวหนังแพ้ง่าย ระคายเคืองจากผลิตภัณฑ์เคมีใช้ซักผ้า หรือปรับผ้านุ่มต่างๆ แพ้น้ำ สบู่ หรือ แชมพู
เครื่องสำอาง มีอาการแพ้เครื่องสำอางบางชนิด ประเภทมีส่วนผสมของน้ำมันหรือไขมันมากเกินไป รวมไปถึงน้ำหอมด้วย
การกินอาหารประเภททอด มันๆ จะทำให้เกิดภาวะผิวมันขึ้น ซึ่งจะเกิดสิวได้ง่าย
วิธีรักษาสิวที่หลังง่ายๆด้วยตัวเอง มี 2 วิธีคือ

1. รักษาสิวอุดตัน สิวอักเสบ ผดผื่น ให้ลดลงและหายหมดซะก่อน

สบู่อาบน้ำรักษาสิว

มีสบู่อาบน้ำหลายยี่ห้อที่เป็นสบู่สูตรรักษาสิวโดยเฉพาะ อาจมีแสบ ผิวแห้งนิดๆ ให้ใช้ไปเรื่อยๆแล้วสิวจะค่อยๆยุบลงประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละคนด้วย

 

ใช้เกลือขัดผิว

หาซื้อตามซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือร้าน 7-11 ทั่วไปได้เลย นำมาขัดผิวและล้างออก แต่ไม่ควรขัดถูบริเวณที่ยังเป็นสิวอยู่อย่างรุนแรงมากจนเกินไป เพราะยิ่งรุนแรงกับผิวมากเท่าไหร่ สิวก็จะยิ่งมีจำนวนมากขึ้นเท่านั้น รอให้หายเหลือแต่รอยดำแล้วค่อยขัดจะมั่นใจมากกว่าค่ะ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง สม่ำเสมอนะคะ รอยจะค่อยๆลดลง และหายเรียบเนียนได้ในที่สุด รักษาสิวที่หลัง .

Posted on September 14, 2016 at 15:28 by admin · Permalink · Comments Closed
In: รักษาสิวที่หลัง

ครีมกันแดดทาหน้ายี่ห้อไหนดี แสงแดด…ดาบสองคมที่ควรรู้

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

ครีมกันแดดทาหน้ายี่ห้อไหนดี แสงแดด…ดาบสองคมที่ควรรู้

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าแสงแดดมีประโยชน์ต่อสุขภาพของมนุษย์เรานั่นคือเป็นแหล่งของวิตามินดี ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้น โดยที่แคลเซียมจะทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ตามปกติและเสริมสร้างกระดูกเพื่อการเจริญเติบโต ผิวหนังคนเราสามารถสร้างวิตามินดี ได้เมื่อได้รับแสงอัลตราไวโอเลตชนิดบี ซึ่งในการผลิตวิตามินดีนี้ร่างกายไม่จำเป็น ต้องใช้แสงแดดมาก เพียงแค่ให้แสงแดด ส่องบริเวณใบหน้า แขน ขา เป็นเวลา ๑๐-๑๕ นาที สัปดาห์ละ ๒-๓ ครั้ง ตลอดทั้งปีก็เพียงพอแล้ว ครีมกันแดดทาหน้ายี่ห้อไหนดี

ครีมกันแดดทาหน้ายี่ห้อไหนดี

ครีมกันแดดทาหน้ายี่ห้อไหนดี อย่างไรก็ตาม แม้แสงแดดจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่แสงแดดก็ก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพผิวได้เช่นกัน นั่นคือ ทำให้เกิดความผิดปกติของสีผิว เช่น ฝ้า กระ ทำให้ผิวไหม้เกรียม ทำให้ภูมิคุ้มกันที่ผิวลดลง เกิดการแพ้แดด ทำให้ผิวมีริ้วรอย เหี่ยวย่นแก่ก่อนวัยและทำให้เกิดมะเร็งของผิวหนัง นอกจากนี้ยังพบว่า โรคผิวหนัง และ โรคระบบอื่นๆ หลายโรคอาจกำเริบเมื่อถูกแสงแดด เช่น โรคลมพิษจากแสงแดด โรคเอสแอลอี ตาเป็นต้อ โรคติดเชื้อเริม ฯลฯ ขณะเดียวกันยาหลายชนิด เช่น ยาลดความดันเลือด ยาปฏิชีวนะ ยาสตีรอยด์ ยารักษาสิว และยาต้านมะเร็ง อาจทำให้ผิวหนังมีความไวต่อแสงแดดมากกว่าปกติ รวมทั้งขณะตั้งครรภ์ หรือเป็นโรคบางอย่างเช่น ลูปัส

อันตรายจากแสงแดด
ในแสงแดดประกอบด้วยรังสีที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น มีชื่อเรียกว่ารังสีอัลตราไวโอเลต (ultraviolet) หรือรังสียูวี (UV) ซึ่งคนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยรู้ว่าแสงยูวี แม้เพียงเล็กน้อยในยามแดดจัด ก็สามารถทำให้คอลลาเจน (เซลล์เนื้อเยื่อของผิวหนัง) เสื่อมสภาพได้ อนุมูลอิสระเป็นผลผลิตจากการที่ร่างกายต่อสู้กับสิ่งที่มาระคายเคือง เช่น แสงแดด ฝุ่น ควัน และมลพิษต่างๆ เป็นเวลานาน ซึ่งหากหลงเหลืออยู่ในผิวหนัง สารอนุมูลอิสระนี้ก็อาจทำลายเซลล์รอบๆ ตัว ทำให้เกิดเป็นมะเร็งผิวหนังได้ ซึ่งโรคมะเร็งผิวหนังจะพบมากในคนตะวันตก โดยเฉพาะในประเทศออสเตรเลีย และถึงแม้ว่าโรคมะเร็งผิวหนังจะเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ส่วนใหญ่พบว่า มีความสัมพันธ์กับรังสียูวี นั่นคือ ผิวหนังถูกแสงแดดแผดเผาเป็นเวลานานนับสิบปี

จำไว้เสมอว่าแสงแดดสามารถทำร้ายผิวของเราได้ทุกฤดูกาลตลอดปี ไม่ว่าจะเป็นแดดอ่อนหรือแดดจัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา และความเข้มของรังสียูวีในแสงแดด ปัจจุบันนอกจากอายุที่เพิ่มขึ้นแล้ว สาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้ผิวสดใสต้องร่วงโรยไปก่อนเวลาอันควร ก็คือ แสงแดดที่เราต้องเผชิญอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน บางคนอายุแค่ ๒๐ ปี แต่ดูสูงวัยเหมือนคุณป้า และส่วนใหญ่ร้อยละ ๘๐-๙๐ ของคนที่ดูแก่ก่อนวัย มักเป็นคนที่ต้องทำงานกลางแจ้ง เช่น ชาวสวน ชาวนา ชาวไร่ ซึ่งจะแก่เร็วกว่าคนที่ทำงานอยู่ในร่มหรือในห้องปรับอากาศ

ชนิดของรังสียูวี
รังสียูวีแบ่งได้เป็น ๓ ชนิด คือ รังสียูวีเอ (UVA) รังสียูวีบี (UVB) และรังสียูวีซี (UVC)

รังสียูวีเอ (UVA) คือ รังสีอัลตราไวโอเลตที่มีคลื่นยาวกว่ารังสี UVB และ UVC (UVA มีความยาวคลื่น ๓๒๐-๔๐๐ นาโนมิเตอร์) ที่สามารถทะลุไปถึงชั้นผิวหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ได้ แม้ว่าอาการที่เกิดขึ้นกับผิวหนังเมื่อสัมผัสกับรังสี UVA จะเห็นได้ไม่ชัดเจน และไม่รู้สึกเจ็บเมื่อได้รับรังสีนี้ แต่ผลในระยะยาวเชื่อกันว่าหากได้รับรังสี UVA มากๆ จะทำให้เกิดอนุมูลอิสระในผิวหนัง ครีมกันแดดทาหน้ายี่ห้อไหนดี ซึ่งจะทำลายความยืดหยุ่นของเซลล์ ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น เกิดริ้วรอยก่อนวัย สีผิวคล้ำเข้ม ขาดความสดใส

รังสียูวีบี (UVB) คือรังสีอัลตราไวโอเลตที่มีความยาวคลื่นรองลงมา (ความยาวคลื่น ๒๙๐-๓๐๐ นาโนมิเตอร์) รังสี UVB จะถูกกั้นโดยชั้นบรรยากาศบางส่วน และลงมาถึงผิวโลกประมาณร้อยละ ๐.๑ ของแสงทั้งหมด รังสี UVB แม้จะไม่สามารถทะลุสู่ชั้นผิวหนังที่ลึกได้เท่ากับรังสี UVA แต่ก็มีผลทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น เกิดอาการแสบร้อน แดง และไหม้เกรียม (ภายใน ๒๔ ชั่วโมงที่โดนแสงแดดจัดนานๆ)

อย่างไรก็ตาม ทั้งรังสี UVA และรังสี UVB ก็ทำให้ผิวหนัง เหี่ยวย่นและก่อโรคมะเร็งผิวหนังได้พอกันทั้ง ๒ ชนิด รังสี UVB จะ มีความแรงสูงสุดในช่วงเวลากลางวัน คือตั้งแต่ ๑๐.๐๐-๑๔.๐๐ น. และแต่เดิมผู้เชี่ยวชาญทางผิวหนังเชื่อว่าเฉพาะรังสี UVB เท่านั้นที่ทำให้ผิวเกิดการไหม้ แต่ปัจจุบันพบว่ารังสี UVA ที่ทำให้ผิวคล้ำเมื่อถูกแสงแดดก็เป็นอันตรายต่อผิวเช่นเดียวกับรังสี UVB นอกจากนี้ยังมีหลักฐานแสดงว่ารังสีช่วงคลื่นยาวคือรังสีอินฟราเรดก็เป็นอันตรายต่อผิวหนังเช่นเดียวกัน

รังสียูวีซี (UVC) เป็นรังสีที่มีคลื่นสั้นที่สุด ในอดีตรังสี UVC จะถูกกรองไว้ได้ทั้งหมดโดยชั้นโอโซน จึงไม่สามารถผ่านชั้นบรรยากาศของโลกลงมาได้ แต่ปัจจุบันนี้พบว่ารังสี UVC ก็สามารถทะลุชั้นโอโซนมายังพื้นโลกได้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้เป็นผลจากมลพิษที่มนุษย์ก่อขึ้น จนไปทำลายชั้นโอโซนให้บางลง ครีมกันแดดทาหน้ายี่ห้อไหนดี.

Posted on September 13, 2016 at 17:50 by admin · Permalink · Comments Closed
In: ครีมกันแดดทาหน้ายี่ห้อไหนดี

การลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน วิธีลดหน้าท้อง ลดพุง ด้วยวิธีดีท็อกซ์ง่ายๆ

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

การลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน  วิธีลดหน้าท้อง ลดพุง ด้วยวิธีดีท็อกซ์ง่ายๆ
เรารู้กันหรือไม่ว่าอุจจาระตกค้างในลำไส้แต่ละวันนั้นมีมากถึงประมาณ 10กิโลกรัม ซึ่งอุจจาระที่ตกค้างในร่างกายนี้มาจากอาหารที่เราทานเข้าไปแบบเร่งรีบ, การเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดเพียงพอ, การทานอาหารที่มีกากใยน้อย, ทานอาหารที่ย่อยยาก , การทานอาหารที่มีพยาธิหรือเชื้อราที่ทำให้ระบบย่อยอาหารมีความผิดปกติ, การทำงานของระบบดูดซึมเสียเพราะน้ำมันพืชเคลือบในลำไส้ทำให้น้ำที่เราดื่มเข้าไปไม่มีการหมุนเวียน สำหรับการไม่ถ่ายอุจจาระในช่วงเวลาตี 5 ถึง 7โมงเช้า เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุทำให้อุจจาระตกค้างในลำไส้ทั้งสิ้น ส่งผลให้ลำไส้ทำงานไม่เป็นปกติ จะมีการบีบให้อุจจาระขึ้นไปส่วนบนทำให้อุจจาระขาดช่วง เวลาถ่ายจึงถ่ายออกไม่หมดโดยที่เราไม่รู้ตัว การลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน 

การลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน

 

การลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน  วิธีลดหน้าท้อง ที่มารูปภาพประกอบ lose weight fast

อุจจาระที่คั่งค้างเหล่านี้จะไปเกาะที่ผนังลำไส้ พอมีอุจจาระใหม่ที่เหลวกว่าก็จะแซงหน้าออกไปก่อน แต่อุจจาระที่ค้างแข็งก็จะยังคงเกาะติดแน่นอยู่ในผนังลำไส้ พอนานๆเข้าก็จะไปกดทับเส้นเลือดต่างๆในกระเพาะและกดทับกระดูกสันหลัง ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยตามมาได้ เช่น ปวดหลัง ท้องอืด ปวดขา ปวดกล้ามเนื้อที่สะบักและไหล่ อ่อนเพลีย เวียนหัว นอนไม่ค่อยหลับ เป็นไมเกรน ฝ้า และอื่นๆ

ฉะนั้น fat108.com จึงมาแนะนำวิธีการดีท็อก เพื่อให้เกิดการขับถ่ายอุจจาระในช่วงเวลา 7โมงเช้า เป็นเรื่องปกติ ทำให้เราไม่มีของเสียตกค้างในลำไส้ ก่อนที่เราจะมีดูสูตรวิธีการดีท็อกลำไส้ เรามาดูประโยชน์ของการดีท็อกกันก่อนดีกว่า

ประโยชน์การดีท็อก

1. ล้างลำไส้ช่วยให้มีการขับของเสียได้ดี โดยไม่ต้องพึ่งยาระบาย โดยเฉพาะท่านที่มักท้องผูก
2. ประโยชน์ของการล้างลำไส้ช่วยล้างลำไส้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เกิดการระคายเคืองต่อ
3. ช่วยทำให้ผิวเรามีสุขภาพดี เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล
4. ช่วยให้พุงยุบ ไม่มีของเสียตกข้างอยู่ในลำไส้ของเรา
5. ระบบขับถ่ายและการไหลเวียนภายในร่างกายสมดุลยิ่งขึ้น
6. ช่วยล้างไขมันในลำไส้เล็ก และยังมีไขมันฝ่ายดีและจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

วิธีลดหน้าท้อง สูตรดีท็อกซ์ลำไส้สุขภาพดี ผิวสวย พุงยุบ

นมสด+โยเกิร์ต+น้ำผึ้ง+มะนาว

? กินช่วงเช้า เวลาประมาณ 5.00 – 12.00 น. กินตอนท้องว่าง ตื่นมาแล้วกินเลย การลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน   จะช่วยในเรื่องของการลดความอ้วน ลดพุง

? กินช่วงบ่าย เวลาประมาณ 13.00-15.00 น. จะไปช่วยย่อยขยะในลำไส้เล็กเพื่อเปลี่ยนขยะให้เป็น บี 12 ส่งไปเลี้ยงสมองได้ดีมาก

? กินช่วงเย็น เวลาไหนก็ได้ก่อนนอน ตอนที่ท้องเราว่าง จะช่วยในเรื่องของการลดความอ้วน ลดพุง ย่อยอาหารได้ดียิ่งขึ้น เช่นเดียวกับการกินช่วงเช้า

นมสดรสจืดต้องใช้ชนิดที่เป็นนมโคแท้100%เท่านั้นขนาด180 มล.1กล่อง+โยเกิร์ต(ใช้รสธรรมชาติเท่านั้น) ครึ่งถ้วย +น้ำผึ้ง1ช้อนชา +มะนาวครึ่งลูก

บีบน้ำมะนาวใส่แก้ว/เติมน้ำผึ้ง/ใส่โยเกิร์ต/ใส่นม คนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียวยกขึ้นดูน้ำผึ้งไม่ติดช้อนแล้ว ทานทันที ไม่วางไว้ ไม่แช่เย็น

โยเกิร์ตควรแช่เย็น แต่สำหรับนมไม่ควรแช่เย็น หากนำนมเก็บไว้ในตู้เย็นควรให้นำไปอุ่นก่อนโดยแช่ในน้ำที่ต้มร้อนแล้วเพื่อคลายเย็นไม่ต้องต้มร้อน

detox1 ที่มารูปภาพประกอบ darafashion.gmember.com

วิธีลดน้ำหนักด้วยเม็ดแมงลัก ดีท็อกล้างพิษ ล้างลำไส้

เม็ดแมงลัก (ชื่อภาษอังกฤษ คือ Hoary basil ต่อมาเปลี่ยนเรียกเป็น Lemon basil) สำหรับวันนี้fat108.com มีวิธีดีท็อกล้างพิษ ล้างลำไส้ ล้างทำความสะอาดของเสียภายในร่างกาย ง่ายๆไม่ยากแค่นำเม็ดแมงลัก ตักใส่แก้วประมาณ 2ช้อนชา ผสมน้ำร้อน 1 แก้ว ตั้งทิ้งไว้ 30นาที เมื่อเม็ดแมงลักแตกตัวเต็มแก้วก็นำมาดื่มก่อนนอน สำหรับใครที่ไม่ชอบรสชาติแบบเพียวๆของเม็ดแมงลักเราอาจจะใส่น้ำผึ้ง น้ำสมุนไพรที่เราชอบ น้ำหวานเฮลบลูบอย (แนะนำเป็นสีแดงนะค่ะกลิ่นไม่ฉุนเท่าสีเขียว แต่ถ้าใครชอบเฮลบลูบอยสีเขียวก็ใส่ได้ตามชอบเลยจ้า) การปรุงรสชาติเข้าไปจะทำให้เราทานง่ายขึ้น สำหรับเม็ดแมงลักนั้นจะมีใยอาหารสูงและมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ ที่ดีต่อร่างกาย จึงช่วยในการลากอุจจาระที่ตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหารออกมาได้อย่างดีเลยทีเดียว เราสามารถทานเม็ดแมงลักเป็นปกติได้ทุกวัน หรือ 3 – 4 วันต่อสัปดาห์ หรือจะทานช่วงเที่ยงร้อนๆ เติมน้ำแข็งลงไปเพื่อดับกระหายคล้ายร้อนไปในตัว นอกจากนี้ เม็ดแมงลักยังเป็นเมนูเครื่องดื่มที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ลดความอ้วน ลดหน้าท้อง ลดพุงที่ดีอีกด้วย เนื่องจากไม่ก่อให้เกิดพลังงาน แถมยังช่วยให้เราระบายถ่ายคล่อง อีกทั้งยังช่วยในการลดไขมันในเส้นเลือด และช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้อีกด้วย นับว่าเป็นเครื่องดื่มสารพัดประโยชน์ที่ดีต่อร่างกายเราอย่างมากเลยจ้า

เม็ดแมงลัก ลดน้ำหนัก ล้างลําไส้

* หมายเหตุ : ข้อควรระวังในการทานเม็ดแมงลัก คือ ต้องรอให้เม็ดแมงลักแตกตัว พองตัวเต็มที่เสียก่อน เพราะแทนที่จะช่วยระบาย ก็อาจจะกลายเป็นทำให้ท้องผูกแทนได้ทันที

ดีท็อกขับถ่ายของเสีย ด้วยวิธีธรรมชาติ

สูตรที่ 1 – ดื่มนมสด 2 กล่อง (ปริมาณรวมประมาณ 500มิลลิลิตร) + กล้วยน้ำว้า 2 ผล
ควรทานก่อน 6 โมงเช้าเพื่อให้ร่างกายขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายก่อนที่เราจะทานอาหารเช้า แนะนำให้ช่วงแรกๆควรทานติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน เมื่อเราขับถ่ายอุจจาระเป็นเวลา คือก่อน 7 โมงเช้าแล้ว เราก็สามารถลดปริมาณการทานเหลือเพียงสัปดาห์ละ 2 ครั้งได้จ้า

สูตรที่ 2 – ผักบุ้ง 2 กำมือ ผัดหรือต้ม
สาเหตุที่ให้ทานผักบุ้ง เพราะผักบุ้ง ในผักบุ้ง 100 กรัมจะให้พลังงาน 22 กิโลแคลอรี่ และประกอบด้วยเส้นใย วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆอีกด้วย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เป็นต้น ช่วยป้องกันโรคท้องผูก ช่วยทำความสะอาดของเสียที่ตกค้างในลำไส้ ผักบุ้งจีนมีฤทธิ์ช่วยในการขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะเหลือง ช่วยแก้อาการปัสสาวะเป็นเลือด ถ่ายออกมาเป็นเลือด ด้วยการใช้ลำต้นคั้นนำน้ำมาผสมกับน้ำผึ้งดื่ม ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ฯลฯ เห็นไหมละค่ะว่าแค่ผักบุ้งตัวเดียวก็ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมายจริงๆ สำหรับใครที่กำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนักควรจะทานเป็นผักบุ้งต้ม ดีกว่านะค่ะ จะได้ไม่เพิ่มแคลอรี่ให้กับร่างกายมาก

เห็นไหมล่ะค่ะว่า fat108.com เรามีวิธีการดีท็อกดีๆ ที่ทำได้ง่ายๆไม่ยุ่งยาก ที่ใครๆสามารถทำทานได้เองที่บ้าน มีสิ่งดีๆอย่าลืมบอกต่อ แชร์ต่อให้คนรอบข้าง ให้คนที่เรารักได้รักษาสุขภาพเหมือนเรานะค่ะ การลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน .

 

Posted on September 9, 2016 at 16:07 by admin · Permalink · Comments Closed
In: การลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน

วิธีกระชับรูขุมขน วิธีกระชับรูขุมขน เพื่อผิวเนียนเรียบ

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

วิธีกระชับรูขุมขน วิธีกระชับรูขุมขน เพื่อผิวเนียนเรียบ

ผิวหน้าในฝันของสาว ๆ หลายคน คือผิวหน้าที่เนียนละเอียดและรูขุมขนที่เล็กกระชับ ทำให้แต่งหน้าได้ดูเนียนสวย หรือแม้จะไม่แต่งหน้าเลยก็ยังดูดี แต่จะทำอย่างไรผิวหน้าถึงจะเรียบเนียน วันนี้เรามีวิธีง่ายๆ มาบอกค่ะ วิธีกระชับรูขุมขน

วิธีกระชับรูขุมขน

 

วิธีกระชับรูขุมขน 1. รักษาความสะอาด – วิธีพื้นฐานแต่กลับสำคัญเป็น
อันดับต้น ๆ ในการทำให้รูขุมขนดูกระชับขึ้นเพราะ
ถ้ามีสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันอยู่ในรูขุมขนผิวหน้าก็จะ
ผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมาซึ่งจะทำให้สิ่งสกปรกฝังตัว
และทำให้รูขุมขนมีขนาดกว้างขึ้นอีกด้วย เราจึงควร
ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดหมดจดวันละสองครั้ง
ในเวลาเช้าหนึ่งครั้งและอีกครั้งในตอนเย็น

2. ใช้โทนเนอร์ – โทนเนอร์ช่วยทำความสะอาดเครื่องสำอางที่ยังหลงเหลืออยู่บนใบหน้า อีกทั้งยังช่วยปรับสมดุลของผิว ช่วยลดความมันและ
กระชับรูขุมขน
3. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะ – ส่วนใหญ่คนที่มีรูขุมขนกว้างมักจะเป็นคนผิวมันเพราะฉะนั้นควรเลือกผลิตภัณฑ์กระชับรูขุมขนที่มีเนื้อบางเบา
และไม่ทิ้งความมันส่วนเกินไว้บนใบหน้า
4. มาส์กหน้า – หลายคนมาส์กหน้าหรือพอกหน้าเพื่อช่วยให้ผิวกระชับ วิธีกระชับรูขุมขน อย่างไรก็ตามต้องระวังมาส์กประเภทช่วยควบคุมความมัน หรือโคลนพอกหน้า
ที่ช่วยดูดซับน้ำมันส่วนเกินออกจากผิวหน้า เพราะสำหรับมาส์กประเภทนี้หากทำบ่อยเกินกว่าสัปดาห์ละครั้ง จะทำให้ผิวแห้งได้ง่าย

วิธีกระชับรูขุมขนที่ทำได้ง่ายๆ คือ หลังล้างหน้าทุกครั้ง ใช้ การ์นิเย่ ไลท์ โทนเนอร์ ชุบสำลี แล้วเช็ดย้อนรูขุมขนเบาๆ นอกจากช่วยให้สาวๆ
ทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างสะอาดหมดจดแล้ว โทนเนอร์ยังช่วยกระชับรูขุมขนไปในตัวอีกด้วยคะ วิธีกระชับรูขุมขน.

Posted on September 6, 2016 at 22:15 by admin · Permalink · Comments Closed
In: วิธีกระชับรูขุมขน

ขาลาย เคล็ดลับ! บอกลา “ขาลาย” สำหรับสาวๆ

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

ขาลาย เคล็ดลับ! บอกลา “ขาลาย” สำหรับสาวๆ
ไม่อยากขาลายมาทางนี้! อยากใส่กางเกงขาสั้นโชว์เรียวขาสวยๆ ได้สักที กับ 7 วิธีจากสมุนไพรธรรมชาติ ที่พลาดไม่ได้นะจ้ะ ขาลาย

ขาลาย

ขาลาย 1. สูตรน้ำมะนาวผสมดินสอพอง โดยการพอกน้ำมะนาวผสมดินสอพองลงบนบริเวณที่ขาลาย ทิ้งเอาไปไว้สักครู่ แล้วใช้ใยบวบขัดล้างผิวบริเวณดังกล่าวเพื่อเอาน้ำมะนาวและดินสอพองออกจากผิว

2. สูตรขมิ้นผง นำขมิ้นผงผสมกับน้ำเล็กน้อยจากนั้นให้นำไปพอกบริเวณที่มีปัญหาขาลายทิ้งเอาไว้สักครู่ จากนั้นใช้ใยบวบขัดผิวในบริเวณดั่งกล่าวพร้อมกับล้างขมิ้นออก

3. สูตรมะขามเปียก น้ำมะขามเปียกมาคั้นเอาแต่น้ำ แล้วนำไปทาพอกบริเวณที่มีปัญหาขาลายทิ้งเอาไว้สักครู่ จากนั้นใช้ใยบวบขัดผิวในบริเวณดั่งกล่าวพร้อมกับล้างขมิ้นออก

4. สูตรขัดผิวด้วยเกลือสปา นำเกลือสปามาขัดผิวในบริเวณที่เกิดปัญหาขาลาย  ขาลาย ในขณะที่ทำการอาบน้ำ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยทำให้ผิวในบริเวณนั้นขาวเนียนและลดรอยลายของขาลง

5. สูตรมะกรูด นำมะกรูดมาผ่าครึ่ง จากนั้นให้นำส่วนที่ถูกผ่ามาทาลงที่ผิวในบริเวณที่มีปัญหาขาลาย พร้อมกับค่อยๆน้ำภายในผลให้ออกมาเรื่อยๆ เมื่อทาจนทั่วแล้วให้ทิ้งเอาไว้สักครู่ให้แห้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

6. สูตรมะขามเปียก+ผงขมิ้น+นมสด นำส่วนผสมดังกล่าวมาใช้ในการขัดบริเวณที่มีปัญหาขาลายสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยทำให้ขาเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น
7. ป้องกันภายนอกด้วยยากันยุง เพื่อป้องกันสาเหตุของยุง ใช้ยากันยุงหรือสเปรย์กันยุง หรือโลชั่นทากันยุง ไม่ให้มากัดอีก เพื่อสุขภาพควรเลือกยากันยุงที่มีส่วนผสมของสมุนไพรธรรมชาติ ที่มีอยู่ใน Kayari จะได้ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แถมยังได้กลิ่นหอมอีกด้วย
สาระดีๆเกี่ยวกับสุขภาพ และ วิธีป้องกันยุง
>>

อยากใส่กางเกงขาสั้น แบบไม่อายใคร และดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง เท่านี้ก็โชว์ขาได้อย่างมั่นใจแล้ว

 

วิธีลดเซลลูไลท์
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายนอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแล้ว ยังช่วยทำให้ระบบในร่างกายเกิดความสุมดุลอีกด้วย แต่การออกกำลังกายที่ดีควรจะเป็นการเดินเร็ว ๆ ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน กระโดดเชือก เต้นแอโรบิก และการออกกำลังกายใต้น้ำ ครั้งละ 30-40 นาทีขึ้นไป อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง การออกกำลังกายจะช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกายออกไป ช่วยควบคุมน้ำหนักให้อยู่เกณฑ์ที่เหมาะสม ทำให้กล้ามเนื้อตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายแข็งแรงขึ้น แต่สำหรับคนที่ไม่มีเวลา ขอให้คุณใช้เวลาพักหรือเวลาที่ต้องทำงานให้เป็นประโยชน์ ด้วยการขึ้นลงบนไดแทนการขึ้นลิฟท์ ทำงานบ้าน เป็นต้น ขาลาย.

Posted on September 5, 2016 at 18:00 by admin · Permalink · Comments Closed
In: ขาลาย