ครีมทาผิว รับมือต่อต้านริ้วรอยกับ 6 สัญญาณเตือน

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

ครีมทาผิว  รับมือต่อต้านริ้วรอยกับ 6 สัญญาณเตือนว่าคุณกำลังแก่!
เพราะความแก่.. เป็นสิ่งที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากได้หรอก แต่เราจะเตรียมตัวรับมือกับมันอย่างไรดีล่ะเพื่อชะลอไม่ให้ความแก่ก่อนวัยมาเยือน สาวๆ ทั้งหลายคุณสามารถสังเกตสัญญาณเตือนความแก่ทั้ง 6 ประการดังนี้ได้เลย และรู้แล้ว.. ก็ต้องเร่งบำรุงใส่ใจดูแลผิวตั้งแต่เนิ่นๆ กันนะคะ จะได้บอกลาความแก่ให้ไกลจากตัวโดยเร็ว
1. ผิวลำคอเหี่ยวย่น
ลำคอที่เริ่มมีความหย่อนคล้อยหรือสภาพผิวคอเหี่ยวย่น นั่นเป็นสัญญาณแรกของความแก่ก็ว่าได้ค่ะ สาเหตุก็เนื่องจากผิวลำคอขาดความชุ่มชื้น ไม่ได้รับสารอาหารเข้าไปบำรุงทั่วถึงและยังมีการผลิตคอลลาเจนน้อยลง ทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย แนะนำให้สาวๆ หันมาทาครีมบำรุงผิวลำคอเป็นประจำ ป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ ผิวลำคอจะกระชับขึ้นแน่นอนค่ะ
2. ผิวพรรณตามเรือนร่างมีริ้วรอยและจุดด่างดำ
ผิวพรรณตามส่วนต่างๆ ของเรือนร่างเรา หากพบว่าขาดความกระชับยืดหยุ่น และยังมีริ้วรอยรวมถึงจุดด่างดำ สัมผัสได้ถึงรอยเหี่ยวย่นไม่เรียบเนียนใส นั่นก็บ่งบอกถึงสัญญาณความแก่อย่างเห็นได้ชัดเช่นกัน แนะนำให้หมั่นทาครีมบำรุงผิวหลังอาบน้ำเป็นประจำทุกวันและควรหลีกเลี่ยงแสงแดดบ้าง เพราะมันคือตัวการทำลายผิวสวยให้แก่เร็ว นอกจากนี้ สาวๆ ยังสามารถพึ่งพาเทคโนโลยีเสริมความงามอีกทางหนึ่งก็ได้เช่นกันค่ะ ครีมทาผิว.

ครีมทาผิว
ครีมทาผิว  3. เกิดริ้วรอยตีนกา
ริ้วรอยบนใบหน้า ริ้วรอยรอบดวงตาและตีนกาที่ปรากฏเห็นได้อย่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ นั้น มันกำลังส่งสัญญาณเตือนว่าคุณเริ่มแก่แล้วเหมือนกันนะคะ เพราะมลภาวะ ความเครียดต่างๆ บวกกับการที่ร่างกายผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง จนทำให้มีริ้วรอยขึ้น ไม่แปลกที่สาวๆ จะแก่ได้ก่อนวัยเร็ว แนะนำให้คุณรับมือป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยการทาครีมบำรุงผิวที่ใช้กับรอบดวงตาโดยเฉพาะ ดื่มน้ำให้มาก นอนให้เพียงพอและกินอาหารเสริมคอลลาเจนช่วยอีกทางหนึ่งก็นับเป็นการดูแลผิวรอบดวงตาให้ห่างไกลจากริ้วรอยและตีนกาได้แล้ว
4. หน้าอกหย่อนยาน
อีกหนึ่งสัญญาณเตือนความแก่ที่มักจะเกิดขึ้นกับสาวๆ ทุกคน แม้ว่าคุณจะอายุไม่มากแต่รู้ไหมว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่กระตุ้นให้หน้าอกหย่อนยานก่อนวัยอันควรได้ เช่น การนอนคว่ำ การสวมบราไซส์ใหญ่กว่าหน้าอกและการสูบบุหรี่ เป็นต้น เหล่านี้ล้วนส่งผลให้คอลลาเจนและอิลาสตินถูกทำลาย ความเต่งตึงที่เคยมีก็จะลดน้อยลง บวกกับอายุที่มากขึ้นย่อมทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนได้น้อยลงเช่นกัน ไขมันหน้าอกก็ลดลงอีกด้วย ทำให้หน้าอกหย่อนยานโดยเร็ว วิธีป้องกันแนะนำให้สาวๆ เลือกสวมบราที่มีขนาดไซส์พอดีกับขนาดเต้านมเพื่อช่วยประคองไม่ให้เต้านมของคุณหย่อนยานเร็ว นอกจากนี้ ควรออกกำลังกายบริหารหน้าอกเป็นประจำ เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้ออกให้แข็งแรงและกระชับค่ะ
5. ขนคิ้ว ขนตาและเส้นผมเริ่มหลุดร่วง
การที่ฮอร์โมนเพศหญิงผลิตน้อยลงก็ย่อมส่งผลให้รากขนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรากขนคิ้ว ขนตาและเส้นผมอ่อนแอลง ทำให้มีปัญหาหลุดร่วงจนทำให้ผมบางง่ายขึ้น แต่ปัจจุบันเราสามารถใช้เทคนิคเสริมความงามในรูปแบบต่างๆ เข้าช่วยได้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกผม การเขียนคิ้วหรือสักคิ้วสามมิติและการติดขนตาปลอม นอกจากนี้ การบำรุงรากขนให้แข็งแรงตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยการไม่เครียด กินอาหารที่ให้สารไบโอตินรวมถึงวิตามินบีและธาตุสังกะสีให้ครบถ้วนก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยเสริมความแข็งแรงให้เส้นขนทุกส่วนหลุดร่วงน้อยลงได้แล้วค่ะ
6. มือ ข้อศอกและหัวเข่ามีริ้วรอยเหี่ยวย่นและแห้งกร้าน
เชื่อไหมว่าสัญญาณอันดับต้นๆ ที่บ่งบอกได้ถึงความแก่อย่างเห็นได้ชัดก็คือ หลังมือของเรานั่นเอง ต่อให้คุณมีมือเรียวสวยเพียงใด แต่หากมือมีรอยย่นเหี่ยวๆ รวมถึงข้อศอกและหัวเข่าก็เหี่ยวย่น หยาบและแห้งกร้านจนสัมผัสได้ นั่นก็สะท้อนถึงความแก่และความร่วงโรยของผิวได้แล้วนะคะ ดังนั้น รีบใส่ใจป้องกันโดยด่วน โดยทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงให้มากๆ ทาเป็นประจำก็จะช่วยต่อต้านริ้วรอยและช่วยบำรุงผิวส่วนดังกล่าวให้นุ่มชุ่มชื้น แลดูอ่อนเยาว์ขึ้นได้แล้วเช่นกัน
สัญญาณเตือนความแก่ทั้ง 6 ประการนี้ สาวๆ สามารถสังเกตได้ด้วยตัวเองทุกวันค่ะ แต่จะให้ดีแนะนำให้ทาครีมบำรุงทุกส่วนอย่าได้ขาด กินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างผักผลไม้หลายชนิด โดยเฉพาะผักสีเขียวเข้มที่ให้สารเบต้าแคโรทีนสูง เพราะมันจะช่วยเติมเต็มความอ่อนเยาว์ให้ผิว รวมถึงผักผลไม้สีเหลืองส้มก็ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ควรดื่มน้ำสะอาดมากๆ และนอนให้เพียงพอ
ง่ายดายเท่านี้ก็จะช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวสาวและช่วยชะลอความแก่ก่อนวัยได้อยู่หมัดแล้วค่ะ ครีมทาผิว.

Posted on March 24, 2015 at 13:12 by fgvbnhjyu · Permalink · Comments Closed
In: เซรั่ม

ก้นลาย เปลี่ยนก้นลายให้ เนียนใส

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

ก้นลาย  1. ใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่มีส่วนผสมของ เบนโซอิล เปออ็อกไซด์ (Benzoyl Peroxide)
Benzoyl Peroxide หรือที่รู้จักกันในชื่อ BP เป็นส่วนผสมที่มักใช้ในผลิตภัณฑ์แต้มสิวบนใบหน้า  และยังได้ผลกับผิวกายด้วยเช่นกัน เพราะมันช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและผลัดเซลล์ผิวที่อุดตัน จึงลดการสะสมของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวได้ค่ะ
2. กำจัดรูขุมขนอุดตันด้วยซาลิไซลิก แอซิด (Salicylic Acid)
สาเหตุสำคัญของสิวที่ก้นคือ รูขุมขนอุดตัน สังเกตได้ว่าเวลาลูบก้นแล้วจะรู้สึกว่าผิวไม่เรียบเนียน แต่ก็ไม่ใช่สิว ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ขน หรือไขมัน ทำให้เกิดการติดเชื้อกลายเป็นสิวตามมาได้ง่าย ซึ่ง Salicylic Acid สามารถช่วยลดการผลิตไขมันส่วนเกินหรือซีบัม และช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนบริเวณก้นได้ ดังนั้นลองใช้แผ่นปิดสิวที่มีส่วนผสมของ Salicylic Acid มารักษาสิวที่ก้นได้เช่นกันค่ะ หรืออีกวิธีที่ง่ายคือใช้สำลีชุบโทนเนอร์รักษาสิวที่มีส่วนผสมของ Salicylic Acid มาทาบริเวณก้น ก็จะช่วยลดปัญหานี้ได้ค่ะ ก้นลาย.

ก้นลาย
ก้นลาย  3. ใช้โลชั่นที่มีกรดแลกติก (Lactic Acid)
ในขณะที่คนส่วนใหญ่เชื่อว่าบอดี้โลชั่นนั้นหนักและเหนอะ ทำให้เป็นสิวง่าย เลยเลี่ยงไม่ทาโลชั่นที่ก้น แต่ความจริงก็คือ ไม่เสมอไปนะคะ เพราะหากใช้บอดี้โลชั่นที่มีส่วนผสมของกรดแลกติก จะช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน โดยไม่ทำให้ระคายเคืองผิวค่ะ
4. อาบน้ำทุกครั้ง หลังจากเหงื่อออก
เทรนด์ปั้นบั้นท้ายให้กลมสวยแบบ Jen Selter กำลังอินแบบนี้  สาวๆเริ่มหันมาออกกำลังกายมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องดีค่ะ แต่นอกจากเชฟสวยๆแล้ว ผิวก้นที่นวลเนียนก็สำคัญไม่แพ้กันนะคะ ดังนั้นจึงควรอาบน้ำให้เร็วที่สุดหลังจากเหงื่อออก เพราะเหงื่อและความชื้นเป็นแหล่งกำเนิดแบคทีเรียก่อสิวตัวฉกาจเลยล่ะ นอกจากนั้นการเลือกชุดออกกำลังกายก็สำคัญเช่นกัน หากสาวๆเลือกผ้าเนื้อบาง ยืดหยุ่นดี และระบายอากาศได้ง่าย ก็จะช่วยลดปัญหานี้ได้อีกทางหนึ่งค่ะ
การรักษาก้นแตกลายเพราะโตเร็ว แบบนี้จะรักษาได้ค่อนข้างยากหน่อย เพราะว่ารอยแตกลายมันไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีที่ผิวหนัง แต่มันเป็นเรื่องคอลลาเจนใต้ผิว ที่มีการฉีดขาดจนทำให้เกิดเป็นเหมือนลักษณะผิวไม่เรียบ หากอยากให้บั้นท้ายนวลเนียนจริงๆ ก็อาจจะป้องกันและรักษาด้วยวิธีดังต่อไปนี้
ป้องกันเท่าที่ทำได้ : แม้การป้องกันรอยแตกลายตามก้นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงและป้องกันได้ยาก เพราะรอยแตกดังกล่าวจะเกิดขึ้นตอนร่างกายกำลังเติบโตในช่วงวัยรุ่น บางคนโตไวมาก ร่างกายจึงขยายไว และเกิดเป็นรอยแตกลายได้ และในช่วงวัยรุ่นนี้เราจะไม่ให้ร่างกายเติบโตก็ไม่ได้ ดังนั้นอาจทำให้ได้แค่หมั่นทาโลชั่นเป็นประจำ เพื่อไม่ให้ผิวแห้ง ซึ่งอาจจะช่วยได้บ้างในระดับหนึ่ง ส่วนในกรณีของผู้ใหญ่ การควบคุมน้ำหนักถือเป็นสิ่งสำคัญ พยายามอย่าให้น้ำหนักตัวขึ้นเร็วหรือลงเร็วมากจนเกินไป เพราะตรงนี้แหละจะทำให้เกิดรอยแตกลายขึ้นมาได้
ทำเลเซอร์ : หันไปพึ่งเลเซอร์ในกลุ่มผลัดเซลล์ผิวแบบแยกส่วน ก็ช่วยได้พอสมควร
หมั่นเข้าสปา (Spa) : สำหรับสาวก้นลายกระเป๋าหนัก ที่มักปลีกเวลาเข้าสปาเป็นประจำเพื่อหวังคืนความเนียนใสให้บั้นท้าย ก็สามารถช่วยได้ในระดับหนึ่ง การเข้าสปาจะช่วยในแง่ที่ว่าทำให้ผิวของเราเนียนขึ้นด้วยเทคนิคการนวดครีม หลักการคือ พยายามทำให้ครีมเข้าสู่ผิวมากมากขึ้น เพราะปัญหาที่ต้องพบคือ เวลาทาครีมเข้าไป มันจะต้องผ่านชั้นผิวหนังหลายชั้น ทาไปสิบอาจเข้าไปถึงชั้นคอลลาเจนแค่สอง ดังนั้น เทคนิคของของการทำสปา ไม่ว่าจะเป็นการนวดหรือการห่อตัวที่เขาใช้กันก็คือ ต้องทำให้ครีมเข้าสู่ผิวได้เยอะมากที่สุด เพราะยิ่งเข้าสู่ผิวเยอะมากเท่าไหร่ มันก็เห็นผลมากขึ้นเท่านั้น
วิธีการรักษาก้นแตกลายในขณะตั้งครรภ์ สภาวะก้นลายและหน้าท้องลายจะพบได้บ่อยกับกลุ่มสตรีตั้งครรภ์ ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากฮอร์โมนเพศที่เปลี่ยนแปลงระหว่างการตั้งครรภ์ โดยตอนตั้งครรภ์นั้น ร่างกายของเราจะขยายขึ้นทุกส่วน และที่สำคัญก็คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจนหรือฮอร์โมนเพศหญิงซึ่งมีมากในช่วงตั้งครรภ์ จะทำให้คอลลาเจนในร่างกายของเราอ่อนแอลง จนทำให้เกิดการฉีดขาดได้มากขึ้น พอร่างกายขยายมันก็เลยฉีดขาดจนเกิดรอยแตกตามมา ซึ่งตรงนี้มันยับยั้งไม่ได้ แต่เราอาจป้องกันได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้
ดูแลตัวเอง : การดูแลตัวเองให้น้ำหนักตัวขึ้นแค่ตามเกณฑ์ เช่น แพทย์แนะนำให้ขึ้น 12 กิโลกรัม แต่ดันขึ้นไปถึง 22 กิโลกรัม แบบนี้ร่างกายก็มีส่วนส่วนเกินเยอะ จึงทำให้เกิดรอยแตกได้
ใช้โลชั่นที่ทาลดการแตกลาย : จริงแล้วๆ ยังไม่มีโลชั่นตัวไหนที่พิสูจน์ได้ว่าสามารถช่วยป้องกันรอยแตกได้ 100% เพียงแต่การใช้โลชั่นที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวทาเป็นประจำนั้นจะช่วยทำให้การฉีกขาดของคอลลาเจนน้อยลงเท่านั้น ทำให้รอยแตกลดน้อยลง เพราะถ้าผิวชุ่มชื้นก็เปรียบไดเหมือนกับกระดาษเปียก ที่เมื่อเปียกแล้วจะเหนียวและฉีกขึ้น แค่ถ้าแห้งเมื่อฉีกปุ๊ปมันก็ขาดทันที ก้นลาย.

Posted on March 24, 2015 at 12:00 by fgvbnhjyu · Permalink · Comments Closed
In: อาหารเสริมลดน้ำหนัก

สูตรลบรอยตีนกา วิธีแก้ไขริ้วรอยก่อนวัย รอยย่น รอยตีนกา บนใบหน้า

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

สูตรลบรอยตีนกา  วิธีแก้ไขริ้วรอยก่อนวัย รอยย่น รอยตีนกา บนใบหน้า  ริ้วรอยบนใบหน้า พวกรอยตีนกา หรือรอยย่น ทั้งบริเวณส่วนหางตา หว่างคิ้ว ร่องมุมปาก ข้างแก้ม สิ่งเหล่านี้เป็นความเปลี่ยนแปลงที่ผู้หญิงอย่างเราไม่อยากให้เกิด โดยเฉพาะเมื่อเวลาเปลี่ยนไป อายุมากขึ้น ผิวหนังก็มีความยืดหยุ่นน้อยลง สูญเสียคอลลาเจนในผิว ซึ่งเป็นเรื่องที่สาวๆ ได้แต่ทำใจ และยังมีปัจจัยภายนอกอีกหลายอย่าง ที่เรามักจะไม่รู้ตัว และสิ่งนี้เองก่อให้เกิดปัญหาริ้วรอยก่อนวัย อายุยังไม่ถึงไหน แต่หน้าไปซะแล้ว เช่น การจ้องคอมพิวเตอร์นานๆ หัวเราะ ขมวดคิ้ว และการเคลื่อนไหวใบหน้าซ้ำๆ กันในแต่ละวัน ก็ล้วนก่อนให้เกิดริ้วรอย ตีนกาบนใบหน้าได้เช่นเดียวกัน
วิธีการป้องกันริ้วรอยตีนกาบนใบหน้านั้น ทำได้หลายอย่าง ทั้งการเลือกกินอาการที่มีประโยชน์ การใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อความสวยความงาม การใช้วิธีบำรุงผิว พอกหน้า ทำศัลยกรรม ซึ่งใครอยากจะใช้วิธีไหน ได้ไปรวบรวมวิธีป้องกัน และแก้ปัญหารอยตีนกา มาให้สาวๆ เลือกกันแล้ว สูตรลบรอยตีนกา .

สูตรลบรอยตีนกา
สูตรลบรอยตีนกา   1.มีคนพูดว่าการป้องกันผิวเหี่ยวก่อนวัย และรอยตีนกาบนใบหน้าที่ดีที่สุดนั้น คือการเลือกรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งสามารถพบในถั่วและงาดำ อีกทั้งผัก ผลไม้ ที่มีสีเหลืองและสีส้ม เช่น แครอท ฟักทอง มะเขือ แตงโม
2.รู้จักพักสายตา เมื่อรู้ตัวว่าต้องจ้องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ควรจะหาฟิลม์ หรือแว่นตาที่สามารถกรองแสงจากคอมพิวเตอร์มาใส่ด้วย
3.ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF และ PA ก่อนแต่งหน้าทุกครั้ง เพื่อป้องกันรังสี UV จากแสงแดด ที่มาทำร้ายผิวหน้า
4.ดูแลไม่ให้ใบหน้าแห้งตึง ด้วยการทาครีม หรือโลชั่น ทุกวัน โดยเฉพาะคนที่มีผิวหน้าแห้ง ควรจะพกครีม หรือโลชั่นติดตัวเอาไว้ทาระหว่างวันด้วย
5. เอาใบบัวบกมาทาที่บริเวณที่เป็นรอยตีนกา ด้วยการนำเอาใบบัวบกมาหั่น หรือตำ จากนั้นก็ไปผสมกับน้ำร้อน เพื่อให้ได้น้ำใบบัวบกมา แล้วเอาน้ำที่ได้มาทาที่บริเวณรอยตีนกาบนใบหน้า ครั้งละ 15 นาที แล้วล้างออก ทำแบบนี้หลายๆ ครั้ง รอยตีนกาจะจางลง เพราะมันจะไปช่วยกระตุ้น การสร้างคอลาเจน และอิลาสตินในผิวให้ทำงานดีขึ้น
6.ฉีดโบท็อกซ์ เป็นการฉีดยาเข้าไปในกล้ามเนื้อ เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ต่อกล้ามเนื้อ ส่งผลให้กล้ามเนื้อคลายตัว ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ รอยเหี่ยวย่นของผิวหน้า หรือที่เรียก่ารอยตีนหา ที่เกิดจากการดึงรั้งของกล้ามเนื้อนั้น ๆ ก็จะสลายหายไป หลังจากฉีด โบท็อกซ์ (Botox) แล้วประมาณ 2 – 3 วัน ยาก็จะออกฤทธิ์และเห็นผลชัดเจนใน 7 วันเป็นต้นไป แต่ถึงอย่างนั้น การฉีด Botox ก็มีข้อเสียอยู่ เพราะยาจะมีฤทธิ์ประมาณ 4 – 6 เดือนเท่านั้น ถ้าต้องการให้ริ้วรอยตีนกาหายไปอีก ก็ต้องกลับไปให้หมอฉีดซ้ำ ถือเป็นวิธีที่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากเลยทีเดียว
7.การผ่าตัดดึงหน้า ด้วยการดึงเอาหนังที่เหี่ยวย่นให้ตึงขึ้น จนไม่หย่อนคล้อย เห็นเป็นริ้วรอยตีนกา สำหรับคนที่มีริ้วรอยบริเวณหางตา จะทำโดยการตัดกล้ามเนื้อบริเวณหางตา อันเป็นสาเหตุของริ้วรอยตีนกา หลังผ่าตัดจะมีอาการบวมเล็กน้อยที่ขมับ โดยจะมีแผลผ่าตัดยาวประมาณ 4 – 5 เซนติเมตร ที่บริเวณหนังศีรษะ และที่บริเวณขมับทั้ง 2 ข้าง ซึ่งหลังจากแผลหายแล้ว จะไม่เห็นแผลเป็นเด่นชัด เนื่องจากแผลจะถูกปิดด้วยเส้นผม คนที่เลือกวิธีการนี้ ไม่ต้องกลับไปให้หมอทำซ้ำบ่อยๆ เหมือนการฉีดโบท็อกซ์ แต่ก็ไม่รับประกัน ว่าทำแล้วใบหน้าจะไม่เป็นรอยตีนกาเหมือนเดิมจริงหรือไม่ ทั้งนี้อยู่ที่ฝีมือของหมอที่ทำด้วย สูตรลบรอยตีนกา .

Posted on March 6, 2015 at 14:38 by fgvbnhjyu · Permalink · Comments Closed
In: สิว ริ้วรอย

รักษาหัวล้าน สาเหตุของปัญหาผมร่วงศีรษะล้านในผู้ชาย

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

รักษาหัวล้าน  สาเหตุของปัญหาผมร่วงศีรษะล้านในผู้ชายและปัจจัยหลักที่เกี่ยวข้อง
สาเหตุของปัญหาผมร่วงศีรษะล้านในผู้ชายที่พบบ่อย คือ ภาวะผมร่วงแอนโดรจีนีติก (androgenetic alopecia) หมายถึง ปัญหาศีรษะล้านรูปแบบผู้ชาย (male pattern baldness) หรือภาวะผมร่วงจากกรรมพันธุ์ ซึ่งเป็นผลของฮอร์โมนเพศชาย
ไดไฮโรเทสโทสเตอโรน หรือ DHT ( Dihydrotestosterone ) มีอิทธิพลต่อรากผมและขน ซึ่งมีความไวต่อฮอร์โมนนี้ กำหนดโดยยีนที่รับการถ่ายทอดมาจากพันธุกรรม รากขนที่มีความไวต่อฮอร์โมน DHT นี้ ปรากฏอยู่มากที่บริเวณด้านหน้า ส่วนบนและส่วนกลางของหนังศีรษะ แต่เดิมเข้าใจกันว่าภาวะนี้ถ่ายทอดมาจากพันธุกรรมที่ได้มาจากแม่หรือญาติทางฝั่งแม่ แต่ความจริงแล้วภาวะนี้สามารถถ่ายทอดมาได้จากทั้งทางแม่และทางพ่อ อย่างไรก็ตามในปัจจุบันพบว่าปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดภาวะดังกล่าวนี้มีความซับซ้อนมากขึ้น เดิมพบว่าส่วนประกอบของสารพันธุกรรมที่อยู่บนโครโมโซมเอ็กซ์ (x – chromosome) ซึ่งได้รับมาจากแม่ มีความสำคัญและส่งผลให้เกิดภาวะผมร่วงชนิดนี้ขึ้น จึงทำให้บางคนคิดว่าพันธุกรรมจากแม่มีผลมากกว่าพันธุกรรมที่ได้รับจากพ่อ
การค้นพบยีนตัวรับแอนโดรเจน (androgen recepter gene) บนโครโมโซม X ช่วยในการอธิบายว่า ทำไมรูปแบบศีรษะล้านในผู้ชายจึงเหมือนหรือคล้ายกับตาหรือญาติทางฝั่งแม่มากกว่าพ่อ แต่อย่างไรก็ตามศีรษะล้านที่พบในผู้ชาย อาจเหมือนที่พบในพ่อได้ ดังนั้นการถ่ายทอดทางพันธุกรรมน่าจะมาได้จากยีนหลายตัวที่รับมาจากทั้งฝั่งพ่อและแม่  รักษาหัวล้าน .

รักษาหัวล้าน
รักษาหัวล้าน  ผมร่วงแบบแอนโดรจีนีติก ดังกล่าวนี้อาจเกิดจากปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้องกัน 3 อย่างได้แก่
1.ยีน (Genes)
ภาวะศีรษะล้านรูปแบบผู้ชายจะไม่เกิดขึ้นถ้าปราศจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากยีนที่เกี่ยวข้อง ยีนนี้อาจได้รับมาจากทั้งฝั่งพ่อและแม่ (ยีนคือหน่วยพันธุกรรมที่อยู่บนโครโมโซม โครโมโซมของคนมีทั้งหมด 23 คู่ โดยได้รับมาครึ่งหนึ่งจากพ่อ และอีกครึ่งหนึ่งจากแม่) ในปัจจุบันพบว่าผมร่วงจากภาวะนี้เกี่ยวข้องกับยีนมากกว่า 1 อัน (polygenic) ในปัจจุบันพบว่า ภาวะศีรษะล้านรูปแบบนี้มีความเกี่ยวข้องกับยีนบนโครโมโซม x ซึ่งผู้ชายได้รับมาจากแม่และเร็ว ๆ นี้มักมีการพบยีนบนโครโมโซมคู่ที่ 20 ที่เกี่ยวข้องกับภาวะนี้ ซึ่งสามารถถ่ายทอดมาได้จากทั้งแม่และพ่อ ทำให้สามารถอธิบายได้ว่า ทำไมลูกจึงมีศีรษะล้านรูปแบบคล้ายที่พบกับพ่อได้ แม้ว่าจะยังไม่เป็นที่ชัดเจนนักแต่พบว่าพันธุกรรมที่ได้รับจากแม่ดูเหมือนว่าจะมีความสำคัญมากกว่าที่ได้รับจากพ่ออยู่เล็กน้อย ยีนที่พบนี้น่าจะเป็นยีนเด่น (ผลการวิจัยบางแหล่งกล่าวว่า ยีนนี้เป็นยีนด้อย) หมายความว่ามียันนี้เพียงอันเดียวก็สามารถแสดงลักษณะของศีรษะล้านรูปแบบนี้ออกมาได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่มียีนนี้อยู่จะแสดงลักษณะ (expressity)ของศีรษะล้านทุกคน เนื่องจากมีปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแสดงลักษณะของยีนนี้ด้วย ปัจจัยดังกล่าวได้แก่ ฮอร์โมน, อายุ, ความเครียด, และปัจจัยภายในของแต่ละบุคคล
2.ฮอร์โมน (Hormones)
ฮอร์โมนคือสารเคมีที่หลั่งออกจากต่อม (glands) เข้าสู่กระแสเลือด เพื่อไปออกฤทธิ์ยังอวัยวะเป้าหมาย ฮอร์โมนเพศชายที่สำคัญคือ ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน สร้างมากที่ต่อมลูกหมากและอัณฑะ ฮอร์โมนนี้ทำให้เกิดลักษณะของความเป็นชาย ทำให้อวัยวะเพศชายเจริญขึ้น สร้างสเปริม กระตุ้นให้มีความรู้สึกทางเพศ กระตุ้นให้มีขนบริเวณรักแร้ และหัวเหน่า แต่ฮอร์โมนชนิดนี้สามารถทำให้เกิดศีรษะล้านได้ด้วย เนื่องจากสามารถเปลี่ยนเป็น DHT ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้รากขนเสื่อมลง และตายได้ นอกจากนี้ฮอร์โมนชนิดนี้ยังผลิตขึ้นได้จากต่อมหมวกไต และรังไข่ของผู้หญิงอีกด้วย ดังนั้นในผู้หญิงจึงพบว่ามีปริมาณฮอร์โมนนี้อยู่ด้วย แต่พบในปริมาณที่น้อยกว่าในเพศชาย
ฮอร์โมนที่เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะศีรษะล้านคือฮอร์โมน DHT ซึ่งเปลี่ยนมาจากฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน โดยการทำงานของเอนไซม์ 5 อัลฟารีดักเทส ( 5- alpha-reductase) ในผู้ชายพบว่าเอ็นไซม์นี้มีการทำงานมากขึ้นในบริเวณที่มีผมร่วง ฮอร์โมน DHT จะลดระยะการเจริญของผม ทำให้ผมเข้าสู่ระยะพักเร็ว ผมจึงหลุดร่วงเร็ว ดังนั้นจึงมียาที่ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์และใช้ในการรักษาผมร่วงได้แก่ Finasteride
3.อายุ
ไม่เฉพาะยีนและฮอร์โมนเท่านั้นที่เกี่ยวข้องกับภาวะศีรษะล้านชนิดนี้ แม้ว่าในวัยรุ่นจะเริ่มมีฮอร์โมนเพศชาย testosterone แต่ภาวะนี้ยังพบได้น้อยในวัยรุ่น และพบมากขึ้นตามอายุ ดังนั้นอายุที่มากขึ้นจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะศีรษะล้านรูปแบบเพศชาย แต่จะเริ่มขึ้นเมื่อใดนั้นแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล
อายุเป็นสาเหตุได้อย่างไร ยังไม่เป็นที่เข้าใจชัดนัก ภาวะผมร่วงไม่ได้เพิ่มขึ้นเป็นเส้นตรงที่แปรผันตามอายุ แต่กลับพบเป็นวงจรมีช่วงที่ผมร่วงเร็วขึ้นหรือช้าลงสลับกันไป ดังนั้นจึงน่าจะมีปัจจัยอื่นที่มากระตุ้นทำให้เกิดภาวะผมร่วงอีก แต่อย่างไรก็ตามพบว่าเมื่ออายุมากขึ้น ปริมาณของเส้นผมจะลดลง แม้ว่าจะไม่มีปัจจัยด้านพันธุกรรม
จากการศึกษาพบว่าเมื่ออายุมากขึ้นเส้นผมจะหดตัวทำให้ขนาดของเส้นผมและความยาวของเส้นผมลดลง นอกจากนี้รากขนยังทำงานน้อยลง และปริมาณของรากขนก็จะลดลงด้วย ทำให้ผมบนหนังศีรษะดูบางได้ในบางบริเวณ ทั้งนี้อาจเกิดเนื่องจากความเสื่อมเมื่ออายุมากขึ้น และปริมาณการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงยังบริเวณหนังศีรษะด้วย  รักษาหัวล้าน .

Posted on March 6, 2015 at 13:32 by fgvbnhjyu · Permalink · Comments Closed
In: ลดสัดส่วน

หน้าอ่อนกว่าวัย เติมความสุขให้ผิวด้วยการนวด

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

หน้าอ่อนกว่าวัย  . เติมความสุขให้ผิวด้วยการนวด
ทางการแพทย์ การสัมผัสถือเป็นส่วนหนึ่งของการบำบัดโรค ส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ โดยผิวหนังถือเป็นอวัยวะที่รับความรู้สึกได้ดี และเร็วที่สุด การสัมผัสทางผิวหนังจะช่วยกระตุ้นปลายประสาท กระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขเอนดอร์ฟินออกมา ทำให้รู้สึกอารมณ์ดี ลดระดับของอะดรีนาลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่หลั่งออกมาในช่วงที่เกิดความเครียด ดังนั้น การหาเวลาไปสปาเพื่อนวดตัวสัปดาห์ละครั้ง จึงไม่เพียงช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่ยังช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งเป็นประกาย ดูอ่อนเยาว์กว่าวัย
.อาบผิวให้สะอาดอ่อนเยาว์
ทราบไหมคะว่า แค่การอาบน้ำดี ๆ ก็ช่วยให้ผิวคุณดูอ่อนเยาว์ขึ้นได้ เพราะผิวสุขภาพดีเริ่มต้นที่ความสะอาด นอกจากเลือกใช้สบู่หรือเจลอาบน้ำกลิ่นโปรดแล้ว ลองใช้เทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ ช่วยเพิ่มความสดใสให้กับผิวคุณดู
- หลังจากเหนื่อยจากงานมาทั้งวัน ให้ชั่วโมงอาบน้ำเป็นการผ่อนคลาย ด้วยการจุดเทียนหอมกลิ่นโปรดในห้องน้ำ และอาบน้ำอย่างช้าๆ ละเมียดละไม
- แช่น้ำอุ่นสัก 15 นาที จะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดประจำวันได้
- ถ้าอาบน้ำด้วยฝักบัว ควรอาบน้ำเย็นรดตัวเป็นครั้งสุดท้าย คุณจะรู้สึกสดชื่นขึ้นทันที เพราะระบบหมุนเวียนโลหิต จะถูกกระตุ้นให้ทำงานอย่างรวดเร็ว
- ที่สำคัญ หลังเช็ดตัวควรทาโลชั่นทันที เพื่อเก็บกักความชุ่มชื่นของผิวเอาไว้ หน้าอ่อนกว่าวัย .

หน้าอ่อนกว่าวัย
หน้าอ่อนกว่าวัย  . คืนความอ่อนเยาว์แบบเร่งด่วนด้วยการมาสค์
การมาสค์ผิวกายให้ประโยชน์เช่นเดียวกับการมาส์คผิวหน้า คือช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบหมุนเวียนโลหิต ทำให้ผิวสดชื่นเปล่งปลั่ง เนียนละเอียด มาสค์ก็มีหลายแบบให้เลือกใช้ตามโอกาส เช่น แบบโคลนช่วยชะล้างน้ำมันและเซลล์ผิวเก่าที่ตกค้างอยู่บนผิว ทำให้รูขุมขนไม่อุดตัน ผิวกระชับเปล่งปลั่ง หรือแบบเพิ่มความชุ่มชื่น เหมาะกับสาวผิวแห้งที่ต้องการให้ผิวดูอ่อนเยาว์แบบเร่งด่วน
. ลดเลือนริ้วรอยบริเวณคอ
ผิวบริเวณคอบอบบางกว่าที่คุณคิด เพราะมีต่อมซีบาเชียสซึ่งให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวน้อยกว่าบริเวณใบหน้า เป็นริ้วรอยได้ง่าย อย่าลืมทาผิวให้ลำคอด้วย โดยเฉพาะครีมกันแดดเช่นเดียวกับที่ทาบริเวณใบหน้า นอกจากนี้ยังมีท่านวดเพื่อให้คอกระชับ มีความยืดหยุ่น เริ่มจากยกคางให้สูงขึ้นและยื่นออกไป ให้ขากรรไกรล่างยื่นออกจนรู้สึกผิวหนังใต้คางตึงกว่าเดิม ค่อย ๆ นวดครีมให้เลื่อนขึ้นไปตามลำคอช้า ๆ เอียงศีรษะและลำคอไปมาเป็นระยะ ๆ เพื่อใช้เนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อที่หดตัวเป็นฐานในการนวด ทำเช่นนี้ต่อไปจนถึงหลังใบหู จะช่วยให้ผิวหนังบริเวณนี้แข็งแรง มีความยืดหยุ่น และลดเลือนริ้วรอย
. เต้นรำทำให้ผิวอารมณ์ดี
เต้นรำจังหวะไหนก็ได้เพียงวันละ 20 นาที สามารถช่วยให้คุณอารมณ์ดีได้ เพราะช่วยเพิ่มระดับเอนดอร์ฟินในร่างกาย ลดอาการซึมเศร้า และความเครียด แถมยังช่วยเผาผลาญแคลอรี่ กระตุ้นระบบหายใจ และระบบหมุนเวียนโลหิตอีกด้วย ถ้าพยายามแล้วแต่เต้นรำไม่เป็น แค่ปล่อยอารมณ์ไปตามเพลงก็เพียงพอแล้วค่ะ สำหรับผิวสวย ๆ แถมสุขภาพดีขึ้นด้วย
. ริ้วรอยนี้อาจได้มาจากมลพิษ
มลพิษในอากาศมีส่วนทำร้ายผิวให้เกิดริ้วรอยได้ไม่แพ้บุหรี่เลยทีเดียว ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า ผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่กำลังได้รับมลพิษจากการหายใจเทียบเท่ากับการสูบบุหรี่ 10 มวนต่อวัน อย่าเพิ่งย้ายบ้านหนีค่ะ เพราะมีวิธีต่อต้านมลพิษมาฝาก ให้รับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินเอ ซี อี รวมทั้งหาเวลาออกไปพักผ่อนนอกเมืองบ้าง เพื่อให้ร่างกายได้รับอากาศบริสุทธิ์ นาน ๆ ครั้งก็ยังดีค่ะ
. ดีท็อกซ์อารมณ์
ความเครียดเป็นอีกตัวการสำคัญในการทำลายสุขภาพผิว และพรากความอ่อนเยาว์จากผิวคุณไปทุกวัน เพราะความเครียดทำให้เกิดอนุมูลอิสระ (อีกแล้ว) ทันทีที่รู้สึกเครียด ลองทำตามนี้ดู  หน้าอ่อนกว่าวัย
- เคี้ยวหมากฝรั่ง จังหวะเคี้ยวที่สม่ำเสมอช่วยลดความเครียดที่เกิดขึ้นได้ เลือกหมากฝรั่งที่ปราศจากน้ำตาลก็ดีนะคะ ฟันจะได้ไม่ผุไง
- หายใจลึก ๆ ด้วยการวางมือบนหน้าท้อง หายใจเข้าให้ท้องพองออก กลั่นลมหายใจไว้สักครู่ จากนั้นหายใจออกยาว ๆ ให้หน้าท้องแฟบ ทำ 5-10 ครั้ง
- เกร็งและคลายกล้ามเนื้อทีละส่วน โดยเริ่มจากนิ้วเท้า น่อง เข่า สะโพก เกร็งทุกส่วนสักครู่แล้วคลาย จากนั้นแขม่วท้อง กำหมัด เกร็งแขน ไหล่ คอ ใบหน้า สักครู่แล้วคลาย ทำสลับกันจนรู้สึกผ่อนคลายขึ้น
. ไอร้อนเพื่อผิวสวย
เซาน่าใช้หลักการร้อนจัด-เย็นจัด คือกระตุ้นร่างกายให้ร่างกายขับเหงื่อโดยสภาพความร้อนที่แห้ง และร้อนจัด ตามด้วยการอาบน้ำหรือแช่ร่างกายด้วยน้ำเย็น ไอที่เกิดจากละอองน้ำจะช่วยให้เซลล์ผิวหนังชั้นบนสุดนุ่มนวลขึ้น และกระตุ้นการขับไขมันที่มีของเสียออกจากร่างกายด้วยระบบการขับเหงื่อ รวมทั้งช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต เร่งการเกิดเซลล์ใหม่ และชะลอความเหี่ยวย่นของผิวหนัง ผู้ที่เข้าห้องเซาน่าเป็นประจำ จึงมักดูอ่อนวัยกว่าความเป็นจริง
. ปาร์ตี้เพื่อผิวอ่อนเยาว์
ถ้าปีใหม่ไม่มีโปรแกรมไปเที่ยวไหน ลองชวนเพื่อน ๆ มาทำปาร์ตี้เพื่อผิวอ่อนเยาว์ที่บ้านดีกว่า
- แทนที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเนื้อสัตว์ด้วยอาหารย่อยง่าย และเครื่องดื่มที่ทำจากผักผลไม้ เพื่อเพิ่มวิตามินให้ผิว
- จุดเทียนหอม และเปิดเพลงเบาๆสร้างบรรยากาศผ่อนคลายให้ผิวที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน
- ผลัดกันนวดต้นคอ หลัง ไหล่ เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด กระตุ้นให้ผิวได้เคลื่อนไหว
- ผลัดกันขัดผิว โดยเฉพาะบริเวณแผ่นหลังที่เรามักขัดเองไม่ทั่ว เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว
- อย่าลืมปิดท้ายด้วยการล้างผิวให้สะอาด และชโลมโลชั่นหอม ๆ ที่มีคุณสมบัติช่วยปกป้องผิว
. สครับจากห้องครัว
การขัดผิวเป็นการลอกผิวชั้นนอกสุดเพื่อให้เซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ เป็นการทำความสะอาดอย่างล้ำลึก ทำให้รูขุมขนไม่อุดตัน ช่วยปรับสภาพผิว ให้ผิวผุดผาดอ่อนเยาว์มากขึ้น ดูสดใสขึ้นเยอะ การขัดผิวเหมาะกับสาว ๆ ทุกคน โดยเฉพาะที่ขึ้นเลข 3 ไปแล้ว เพราะในวัยนี้การผลัดเซลล์ใหม่จะช้าลง การขัดผิวจึงเป็นการช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวใหม่ ให้ใกล้เคียงกับระบบที่ร่างกายเคยเป็น สครับสูตรเด็ดหาได้จากห้องครัว ผสมเกลือทะเลกับน้ำมันมะกอกเติมน้ำมะนาวเล็กน้อย เกลือจะช่วยขัดเซลล์ผิวเก่าออก ขณะที่น้ำมันมะกอกช่วยให้ความชุ่มชื้น ส่วนน้ำมะนาวจะช่วยลอกเซลล์เก่าออกไป ผิวใหม่เลยทั้งนุ่มลื่น แถมยังสดใส
. ขาสวยพร้อมโชว์
ปัญหาเส้นเลือดขอดที่ขา เป็นอีกปัญหาของผิววัย 30 โดยเฉพาะสาวๆที่มีอาชีพต้องยืนหรือนั่งนาน ๆ วิธีบรรเทาคือ ขยับแขนขยับขาบ่อย ๆ พยายามไม่สวมรองเท้าที่สูงเกินไปนัก และควรหาเวลาออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำ หรือการเดิน จะไปช็อปปิ้งก็ได้นะคะ หรือถ้าวันไหนที่รู้สึกล้าจนขยับขาแทบไม่ไหว ลองทำตามนี้นะคะ
- นวดท่อนขาด้วยโลชั่นกลิ่นหอมอ่อนๆเพื่อคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ
- ยกเท้ายันกับผนังให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เลือดไหลเวียนในอีกทิศทางหนึ่ง
- เปิดน้ำจากฝักบัวแรง ๆ ฉีดเข้าที่ต้นขา ไล่ลงไปที่เท้า ให้สายน้ำช่วยนวดผ่อนคลาย หน้าอ่อนกว่าวัย .

Posted on March 6, 2015 at 12:53 by fgvbnhjyu · Permalink · Comments Closed
In: อาหารเสริมลดน้ำหนัก

ผงบุกลดน้ำหนัก ผลเสียของการอดอาหารเพื่อลดความอ้วน

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

ผงบุกลดน้ำหนัก ผลเสียของการอดอาหารเพื่อลดความอ้วน
1.) หน้ามืด หรือว่าเป็นลมง่าย แน่นอนว่าเมื่อเราอดอาหาร ร่างกายของเราก็ขาดพลังงานไปใช้ในการดำเนินชีวิต ซึ่งแม้ว่าร่างกายจะดึงอาหารมาจากที่เราสะสมแต่ก็มีสารอาหารบางชนิดที่ร่าง กายไม่สามารถดึงมาได้ เมี่อร่างกายมีน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป เราก็จะรู้สึกหน้ามืดเป็นลมได้ง่าย
2.) ฮอร์โมนเพศมีปัญหา สำหรับคุณ ผู้หญิงที่พยายามลดน้ำหนักแบบพรวดพราด โดยการอดอาหารนั้น แน่นอนว่าจะต้องมีผลกระทบต่อฮอร์โมนเพศอย่างแน่นอน ประจำเดือนจะมาไม่ปกติ มาบ้างไม่มาบ้าง เมื่อมาก็จะมาน้อย หรือมากกว่าที่เคยมา และอาจจะทำให้อารมณ์เราแปรปรวนได้ง่าย
3.) มีปัญหากับระบบย่อยอาหาร แน่นอนว่าเมื่อเราอดอาหาร ย่อมจะมีผลต่อระบบย่อยอาหารอย่างแน่นอน เพราะถ้าเราไม่มีอาหารไปให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารย่อย มันก็จะเปลี่ยนเป็นย่อยกระเพาะอาหารของเราแทน แน่นอนว่าปัญหาที่ตามมาก็คือ โรคกระเพาะ แผลในกระเพาะอาหาร หรือว่าโรคลำไส้ต่างๆ
4.) มีปัญหากับระบบขับถ่าย ในเมื่อไม่มีอาหารให้ย่อย แน่นอนว่าจะมีอะไรเข้าไปในลำไส้ใหญ่ได้อย่างไร ดังนั้นเมื่อเรากินน้อย หรือว่าอดอาหาร เราก็อาจจะท้องผูกและท้องเสียไปเลยก็เป็นได้ ผงบุกลดน้ำหนัก .

ผงบุกลดน้ำหนัก
ผงบุกลดน้ำหนัก  5.) ผิวหนังเหี่ยว การลดน้ำหนักลงทีเดียวแบบฮวบฮาบ แน่นอนว่าจะมีปัญหา เรื่องผิวหนังเหี่ยวย่น เนื่องจากร่างกายปรับสภาพที่มีไขมันบางส่วนหายไป ทำให้ผิวหนังเหียวไม่น่ามองได้ นอกจากนี้การงดกินโปรตีน หรือกินโปรตีนไม่พอ ก็อาจจะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารในการไปเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้
วิธีลดความอ้วนตามหลักวิทยาศาสตร์
1.) ได้รับปริมาณอาหารตามโครงสร้างที่เหมาะสม ผู้ที่ลดความอ้วนโดยปกติแล้ว ควรจำกัดการบริโภคไขมันและน้ำตาล รวมไปถึงอาหารที่มีปริมาณแคลอรีสูง ควรเพิ่มเติมอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความสมดุลกันระหว่างปริมาณแคลอรีที่รับเข้าและสูยเสียไป
2.) ออกกำลังกายในปริมาณที่พอเหมาะ การกำจัดไขมันส่วนเกินโดยการออกกำลังกาย จะทำให้ไขมันในร่างกายลดลง จนสัดส่วนของไขมันในร่างกายอยู่ในระดับที่พึงพอใจ
3.) มีเป้าหมายที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของตนเอง วิธีการลดน้ำหนักนั้นควรขึ้นอยู่กับความแตกต่างและน้ำหนักของแต่ละคน ควรที่จะสร้างตารางการออกกำลังกายและการกินอาหารให้เหมาะสมกับสภาพพร่างกาย ของตน ต้องเข้มงวดกับตัวเอง คอยติดตามผลการปฏิบัติอยู่เสมอ เพื่อที่จะได้ปรับปรุงแก้ไขได้ทันที
การอดอาหารยิ่งทำให้การลดความอ้วนยิ่งยากขึ้น อย่าคิดที่จะอดอาหารทนหิวเพื่อลดหน้าท้องเด็ดขาด การทำเช่นนี้จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของ Metabolism (การสลายสารอาหาร ทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โดยทั่วไป เพื่อเปลี่ยนให้เป็นพลังงาน) ลดลง หลังจากที่อดอาหารแล้วกลับมากินแบบปกติอีกครั้ง  น้ำหนักของเราก็จะย้อนกลับมาใหม่ อีกทั้งอาจจะเพิ่มขึ้นมากกว่าแต่ก่อนด้วย (YoYo Effect) เมื่อน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาอีกครั้งแล้ว หากเราจะลดความอ้วนอีกครั้งก็จะทำได้ยากกว่าเดิม เพราะว่าเมื่ออดอาหารจนน้ำหนักลดลงไป 6% ของน้ำหนักร่างกาย อัตรา Metabolism ก็จะลดลงไปประมาณ 15-20% ดังนั้นเมื่อต้องหมุนเวียนพลังงานในร่างกาย กระบวนการเผาผลาญแคลอรี่ก็จะทำได้ยากขึ้น ผงบุกลดน้ำหนัก .

Posted on February 27, 2015 at 15:20 by fgvbnhjyu · Permalink · Comments Closed
In: อาหารเสริมลดน้ำหนัก

ส้มแขก ลดน้ําหนัก หลังหยุดรับประทานส้มแขกจะกลับมาอ้วนอีกหรือไม่

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

ส้มแขก ลดน้ําหนัก ส้มแขกมีสารที่เป็นประโยชน์กับร่างกาย คือ
ช่วยควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูงสุด ในการยับยั้งการสร้างและร่างกายเผาผลาญไขมันส่วนเกิน ยับยั้งการอยากอาหาร และช่วยลด Cholesterol ทำให้รูปร่างสมส่วน มีทรวดทรงสวยงาม
* Vitamin C ช่วยควบคุมความดันโลหิต ทำให้ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง
* เปลี่ยนแป้งและน้ำตาลที่ทานเข้าไปเป็นพลังงานไกลโคเจนแทนการสะสมในรูปไขมัน
* ร่างกายใช้พลังงานไกลโคเจนได้ในระดับที่ต้องการ ทำให้รู้สึกอิ่ม
* ผลโดยร่วมทำให้ไขมันลดลง กินอาหารน้อยลง
* เหงื่อออกมาก เหนี่ยวตัวง่าย สาร HCA จะขับของเสียที่มันหมักหมกอยู่ในร่างกายออกมา
* ไม่ออกฤทธิ์ต่อประสาทส่วนกลาง
* ไม่เกิดปฏิกิริยาสะท้อนกลับ ที่เรียกว่า YO – YO EFFECT คือ เลิกทานยาลดน้ำหนัก แล้วกลับมาอ้วนอีก  ส้มแขก ลดน้ําหนัก .

ส้มแขก ลดน้ําหนัก

ส้มแขก ลดน้ําหนัก  หลังหยุดรับประทานส้มแขกจะกลับมาอ้วนอีกหรือไม่ ?
ส้มแขกช่วยลดความอ้วน โดยไม่กดประสาท หรือเร่งระบบขับถ่าย แต่จะค่อย ๆ ปรับสมดุลของร่างกาย ให้กินอาหารในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการพลังงาน ที่ต้องใช้ต่อวันของแต่ละบุคคล ดังนั้นเมื่อหยุดใช้ส้มแขกแล้ว จึงไม่กลับมาอ้วนอีก
อาหารกลุ่มคาร์โปไฮเดรตที่รับประทานเข้าไปจะถูกย่อยเป็น กลูโคสและนำไปใช้ 3 รูปแบบ คือ
1. สร้างเป็นพลังงาน
2. สร้างเป็นพลังงานสะสมในรูปไกลโคเจน ( Glycogen ) ในตับและกล้ามเนื้อ เพื่อพร้อมจะให้พลังงานได้ทันทีที่ต้องการ
3. เป็นกูลโคสส่วนที่เหลือ ซึ่งเปลี่ยนไปเป็นไขมันสะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น บริเวณหน้าท้อง สะโพก คอ ใต้ท้องแขน เป็นต้น
รับประทานอย่างไรจึงได้ผล การรับประทานส้มแขกให้ได้ผลจะต้องรับประทานจำนวนมากพอที่จะยับยั้งการสร้างและสะสมไขมันได้
สารสกัดจากส้มแขกช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร ?
ใครๆ ก็รู้ว่าถ้ากินมาก แต่หากเคลื่อนไหวร่างกายและออกกำลังน้อย จะทำให้ร่ำรวยไขมัน ทำให้อ้วน ความสวยความหล่อลดลง เจ็บป่วยและเกิดโรคได้ง่าย แล้วคนส่วนใหญ่ก็มักแพ้ใจตัวเอง ซึ่งยิ่งแพ้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งอ้วนมากขึ้นเท่านั้น และเมื่ออ้วนแล้วการจะลดน้ำหนักให้ผอมลงเท่าเดิมหรืออยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เกือบจะกลายเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในชีวิตของคนหลายๆ คน ดังนั้นจึงมีผู้คิดค้นผลิตภัณฑ์ เครื่องมือ หรืออุปกรณ์นานาชนิด ที่จะช่วย (คนใจอ่อน) ลดไขมันส่วนเกินในร่างกาย ล่าสุดสารจากธรรมชาติ ๒ ชนิด (ที่ยังสรุปไม่ได้ว่าเป็นยา เป็นอาหาร หรืออาหารเสริม) ที่ชื่อไคโตซานและส้มแขก ถูกกล่าวถึงอย่างมากในแวดวงคนอยากผอม ในรูปแบบของสารสกัดบรรจุแคปซูลช่วยลดความอ้วน ซึ่งมีราคาสูงพอสมควรสำหรับคนทั่วไป แต่เรื่องแบบนี้สำหรับคนอ้วนที่ต้องการลดน้ำหนักไม่ค่อยเกี่ยงหรือ เสียดายเงินอยู่แล้ว ถ้าหากว่าได้ผลดีจริงตามที่โฆษณา
ไขมันส่วนเกินมาจากไหน
ตามปกติไขมันส่วนเกินในร่างกายคนเราจะมาจาก ๒ ทาง คือ
หนึ่ง จากการกินอาหารไขมันเข้าไปโดยตรง
สอง มาจากการสะสมของอาหารทั้งพวกเนื้อสัตว์ พวกแป้ง น้ำตาล และไขมันที่กินเกินจนร่างกายใช้ไม่หมด ก็จะสะสมเป็นไขมันอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย
ตรงนี้คงจะต้องขยายความสักนิด เพื่อให้ผู้อ่านทุกท่านสามารถเข้าใจกระบวนการทำงานของร่างกายได้ดีขึ้น นั่นคือ เมื่อเรากินอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล (ซึ่งให้พลังงานหรือเปรียบได้กับเชื้อเพลิงชีวิต) เข้าไป ร่างกายก็จะเปลี่ยนแป้งและน้ำตาล เป็นน้ำตาลกลูโคส ซึ่งเป็นน้ำตาลตัวเล็กๆ โมเลกุลเดียวที่ง่ายต่อการขนส่งไปสู่เซลล์ต่างๆ เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงาน ถ้าใช้ไม่หมดในแต่ละวัน กลูโคสจะถูกเปลี่ยนไปเป็นสารอีกตัวหนึ่งชื่อ ไกลโคเจน แล้วเก็บสะสมไว้เป็นพลังงานในกล้ามเนื้อและตับ ประมาณร้อยละ ๕ ของพลังงานจากอาหารที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน จะเก็บไว้ในรูปของไกลโคเจน ส่วนที่เหลือทั้งหมดก็จะเก็บไว้ในรูปของไขมัน
ก่อนจะเสียเงินต้องคิดให้รอบคอบ
เมื่อไม่สามารถควบคุมน้ำหนักได้ด้วยตนเอง คนอ้วนที่อยากผอมจำนวนไม่น้อยจึงต้องไปพึ่งเฮลท์คลับ พึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดไขมันนานาสารพัดชนิดที่โฆษณาชวนเชิญอย่างน่าทดลอง น่าซื้อหามาใช้ ซึ่งสถานบริการ หรือผลิตภัณฑ์ช่วยลดไขมันส่วนใหญ่ จะคิดค่าบริการและราคาค่อนข้างแพง และกว่าที่จะลดน้ำหนักลงได้สักกิโลสองกิโล บางคนหมดเงินไปเป็นจำนวนมาก (ซึ่งคนอ้วนมีสตางค์ส่วนใหญ่ก็ยอมเสีย) ใครว่าอะไรดี ซื้อมาใช้ ซื้อมาทดลองหมด ช่วงนี้ผลิตภัณฑ์ช่วยลดไขมันที่มีส่วนผสมของสารไคโตซาน และสารสกัดจากผลส้มแขกกำลังฮือฮาเป็นที่รู้จักกันทั่วไป โฆษณาจากสื่อต่างๆมักทำให้คนส่วนใหญ่คิดว่า เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้แล้วไขมันจะลดลงได้อย่างน่าพอใจ หลายๆคนจึงอยากจะทดลองใช้ดูบ้าง ส้มแขก ลดน้ําหนัก .

Posted on February 27, 2015 at 14:36 by fgvbnhjyu · Permalink · Comments Closed
In: กลูต้า

ผิวใส จากภายใน กินมะละกอผิวสวย วิธีแสนง่ายที่จะทำให้ผิวสวยใสเนียนนุ่ม

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

ผิวใส จากภายใน   กินมะละกอผิวสวย วิธีแสนง่ายที่จะทำให้ผิวสวยใสเนียนนุ่ม แต่สาว ๆ หลายคนคงจะแอบมีคำถามในใจว่ากินมะละกอแล้วจะผิวสวยได้จริงหรือ คำตอบคือสวยจริงอะไรจริงแน่นอนจ้า จะกินก็ได้ จะมาสก์หน้าก็ดี คุณประโยชน์ครบครันแบบนี้ ลังเลอยู่ทำไมละคะ
ใคร ๆ ก็อยากผิวสวย ซึ่งวิธีที่จะทำให้ผิวสวยก็มีหลากหลายเคล็ดลับแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับแต่ละคนที่จะสรรหามาใช้ ถึงแม้จะเป็นวิธียาก ๆ แต่ก็ไม่มีอะไรที่ผู้หญิงอย่างเราจะทำไม่ได้ ว่าแต่…จะทำวิธียาก ๆ ไปทำไมกัน ในเมื่อวันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีที่จะทำให้ผิวสวยง่าย ๆ มาฝากกัน
สาว ๆ รู้หรือเปล่าคะว่าแค่กินมะละกอก็ทำให้เราผิวสวยได้แล้ว เพราะ มะละกอ เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนช่วยป้องกันริ้วรอยและทำให้ผิวสวยเนียนใส นอกจากนี้ยังมีเบต้าแคโรทีนที่จะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอเมื่อเข้าสู่ร่างกาย ผิวใส จากภายใน.

ผิวใส จากภายใน

ผิวใส จากภายใน  ทำให้ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง แถมยังมีคุณสมบัติที่จะช่วยปกป้องผิวคุณจากรรังสีอัลตราไวโอเลตอีกด้วย นอกจากนี้สำหรับใครที่กินมะละกอเป็นประจำจะช่วยแก้ปัญหาท้องผูกและทำให้ผิวสวยได้ มาถึงตรงนี้หลายคนอาจสงสัยว่าท้องผูกเกี่ยวอะไรกับผิวสวย ก็ปัญหาท้องผูกนี่แหละค่ะเป็นตัวการสำคัญที่จะทำให้ผิวของเราไม่ขาวใสและดูหม่นหมอง รู้อย่างนี้แล้วหันมากินมะละกอกันเยอะ ๆ ดีกว่าค่ะ สวยจากภายในสู่ภายนอกเป็นวิธีที่จะทำให้ผิวสวยอยู่กับเราไปได้นานแสนนานเลยละค่ะ
นอกจากจะผิวสวยเพราะกินมะละกอแล้ว ยังสามารถนำเอามะละกอมามาสก์หน้าได้อีกด้วยนะคะ เพียงแค่นำมะละกอสุกมาปั่นให้ละเอียดแล้วมาสก์หน้า จะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดไปเผยผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น แถมยังช่วยลดฝ้า กระ และทำให้หน้าเนียนนุ่มขึ้นอีกด้วย
มะละกอเป็นผลไม้ที่สามารถหาได้ตลอดทั้งปี แถมยังราคาถูก หาซื้อง่าย ถือเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่จะทำให้ผิวของสาว ๆ สวยใสสุขภาพดี สารพัดประโยชน์ผิวสวยแบบนี้เปลี่ยนมารับประทานมะละกอให้เป็นนิสัยกันเถอะค่ะ
โยเกิร์ต ช่วยในการขับถ่าย ทําให้ผิวพรรณสดใส ไม่หมองคล้ำ
เมล็ดถั่วต่างๆ อุดมด้วยโปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารที่จําเป็นสําหรับผิวสวย
งา อุดมด้วยวิตามินบี สังกะสี โพแทสเซียม ช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวใหม่ทําให้ผิวสดใสอ่อนวัยเสมอ
น้ำมันมะกอก มีวิตามินอีอยู่มาก ช่วยบํารุงคอลลาเจนใต้ผิวให้เนียมนุ่มชุ่มชื่นอย่างเป็นธรรมชาติ
ผักโขม อุดมด้วยธาตุเหล็ก ช่วยบํารุงผิวให้เปล่งปลั่งมีสุขภาพดี
ปลา มีไขมัน เช่น แซลมอน น้ำมันปลาช่วยให้ผิวเต่งตึงไม่เหี่ยวย่น กินอย่างน้อย 2 มื้อต่อสัปดาห์
น้ำสะอาด อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ช่วยชําระของเสียและสารพิษต่างๆ ออกจากร่างกาย
ลูกพีช องุ่น แอปเปิ้ล ส้ม อ้อย มะขาม มีวิตามินที่ช่วยให้ผิวสดใส มีน้ำมีนวลอย่างเป็นธรรมชาติ ผิวใส จากภายใน.

Posted on February 26, 2015 at 19:01 by fgvbnhjyu · Permalink · Comments Closed
In: อกฟู รูฟิต

ผิวกระจ่างใส ธรรมชาติ วิธีทําให้ผิวขาว เคล็ดลับดี ๆ ที่สาว ๆ หลายคนอยากรู้

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

ผิวกระจ่างใส ธรรมชาติ  วิธีทําให้ผิวขาว เคล็ดลับดี ๆ ที่สาว ๆ หลายคนอยากรู้ ขอบอกว่าถ้าอยากขาว พลาด วิธีทำให้ผิวขาว ที่เรานำมาฝากไม่ได้เด็ดขาดจ้า…
ในหมู่คนรักสวยรักงาม เป็นที่ทราบกันแบบอวดอ้างกล่าวขานต่อๆ กันมาว่า “กลูต้าไธโอน” เป็นสารที่ทำให้ผิวขาวผ่องและเป็นที่นิยมกันมาก แม้สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยจะออกมาเตือนผู้บริโภค ว่าไม่ควรหลงเชื่อโฆษณาที่อ้างว่าสามารถช่วยให้ผิวขาวขึ้น เพราะไม่มีผลิตภัณฑ์ใดที่จะทำให้ผิวขาวขึ้นได้อย่างถาวร ผลิตภัณฑ์หรือยาอาจช่วยให้ผิวขาวได้ชั่วคราว แต่เมื่อหมดฤทธิ์ร่างกายก็ผลิตเม็ดสีตามปกติ
อืม… แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะคะ สาวๆ ก็ต้องมาคู่กับความสวยความงาม วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับ วิธีทําให้ผิวขาว บอกลาผิวหม่นหมองด้วยวิธีธรรมชาติๆ มาฝากเพื่อนๆ กันด้วย ว่าแล้วไปดู  12 วิธีทําให้ผิวขาว บอกลาผิวหม่นหมองกันเลย…
1. การขัดผิว เป็น วิธีทําให้ผิวขาว ที่ขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปจากผิว โดยการใช้สครับที่มีขายตามท้องตลาด หรือจะเป็นสครับจากธรรมชาติง่าย ๆ แต่ได้ผล ซึ่งมีหลากหลายสูตรให้เลือก ได้แก่ มะละกอ นมสด มะขามเปียก น้ำผึ้ง โยเกิร์ต มะนาว  โดยนำอย่างใดอย่างหนึ่งมาผสมกับเกลือทะเลเพื่อให้มีเม็ดสำหรับขัดผิว เพียงเท่านี้คุณก็มีสครับขัดผิวได้ง่าย ๆ แล้ว หรือจะใช้ใยบวบในการช่วยขัดผิวก็ได้ การขัดผิวนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกออกไป แล้วเผยผิวใหม่ที่แน่นอนว่าต้องสว่างใสกว่าเดิม และควรทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อการปรนนิบัติและดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง
2. เอเอชเอ หรือกรดผลไม้ มีขายทั่วไปตามคลินิกเสริมความงามหรือร้านขายยาทั่วไป ใช้สำหรับทาบนใบหน้าสัปดาห์ละ 2 ครั้งเพื่อกระตุ้นให้เซลล์ผิวเก่าหลุดลอกออกมา เป็น วิธีทําให้ผิวขาว เผยผิวใหม่ที่ขาวผ่อง แต่การใช้เอเอชเอนี้ ต้องดูแลและระวังเรื่องการออกแดด เพราะผิวคุณจะบางลงและไวต่อแดดมากกว่าเดิม ผิวกระจ่างใส ธรรมชาติ.

ผิวกระจ่างใส ธรรมชาติ
ผิวกระจ่างใส ธรรมชาติ   3. น้ำนมเพื่อผิวขาว ไม่จำเป็นต้องลงไปแช่ในอ่างที่มีน้ำนมอยู่เต็มอ่าง แต่คุณสามารถทำตาม วิธีทําให้ผิวขาว ได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้น้ำนมทาบนผิวโดยตรง อาจใช้ใยบวบช่วยเพื่อขัดผิวไปด้วยเบา ๆ ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ผิวจะค่อย ๆ ขาวขึ้น
4. ผลไม้รสเปรี้ยว ช่วยในการขัดขี้ไคล เป็น วิธีทําให้ผิวขาว ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยใช้ผลไม้รสเปรี้ยว เช่น มะนาว สับปะรด มะขามเปียก ส้ม เพราะมีความเป็นกรด ช่วยทำความสะอาดผิวให้ขาวใส และกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกมาได้ แต่หากคุณเป็นคนผิวบาง ไม่ควรใช้มะนาวหรือสับปะรดที่มีความเป็นกรดสูง ควรใช้ส้มเช้งที่มีคุณสมบัติคล้าย ๆ กันก็ได้
5. ครีมบำรุงเพื่อผิวขาว ควรใช้ครีมบำรุงที่มีไวท์เทนนิ่งเพื่อผิวขาวในตอนเย็น และทาซ้ำก่อนนอนเพื่อเสริมประสิทธิภาพของครีมบำรุงให้บำรุงอย่างต่อเนื่อง ส่วนตอนกลางวันให้ทาไวท์เทนนิ่งเพียงบาง ๆ แล้วตามด้วยครีมกันแดด หรือจะใช้ไวท์เทนนิ่งที่มีส่วนผสมของสารป้องกันแสงแดดก็ได้ แต่หากสาว ๆ คนไหน อยู่ติดบ้าน ไม่ได้ออกไปเผชิญแสงแดดเลย ใช้ไวท์เทนนิ่งตัวเดียว ทาวันละ 2-3 ครั้งก็เอาอยู่แล้วจ้า
6. ครีมกันแดด ควรเป็นสิ่งที่สาว ๆ ต้องมีติดกระเป๋าอยู่ตลอดเวลา ในกรณีที่คุณต้องเผชิญกับแสงแดดจัดโดยไม่ได้วางแผนมาก่อนจะได้หยิบขึ้นมาใช้ได้ทันการทันเวลา และอย่าลืมว่า ครีมกันแดดจำเป็นอย่างยิ่ง ถ้าหากคุณเพิ่งขัดผิวหรือใช้เอเอชเอกับผิวมาหมาด ๆ เพราะผิวคุณจะไวต่อแดดมาก จึงควรทาครีมกันแดด 20 นาทีก่อนออกแดดทุกครั้ง และทาซ้ำอีกทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง
7. ทานอาหารให้เหมาะสม โดยให้มีผักและผลไม้ในอัตราส่วนครึ่งต่อครึ่งทุกมื้อ เพราะผักผลไม้เป็นอาหารที่ย่อยง่าย ช่วยเรื่องของการขับถ่าย และยังมีแอนตี้อ็อกซิแดนซ์ที่ทำให้ผิวสวยกระชับอีกด้วย ซึ่งเมื่อร่างกายขับถ่ายตามปกติแล้ว หน้าตาผิวพรรณก็จะสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
8. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายจะช่วยขับเหงื่อไคล และสิ่งสกปรกใต้ผิวรวมถึงสารพิษออกมา ซึ่งจะทำให้ผิวดูสว่างสดใสขึ้น ยิ่งออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ก็ยิ่งทำให้ผิวสดใสอยู่ตลอดเวลา แถมการออกกำลังกายยังช่วยลดการอุดตันของสิ่งสกปรกใต้ผิว ทำให้ไม่มีสิวอีกด้วย   ผิวกระจ่างใส ธรรมชาติ
9. วิตามินซีเพื่อผิวสวย วิตามินซีมีสรรพคุณช่วยให้ผิวสวยสดใส ดังนั้นจึงเป็นสารอาหารที่ร่างกายควรได้รับอยู่เสมอ ไม่ว่าจะจากการทานผักผลไม้ เช่น ส้ม ฝรั่ง มะนาว หรือหากได้รับในแต่ละวันไม่เพียงพอ ก็อาจจะทานวิตามินแบบเม็ดที่ขายในร้านขายยาก็ได้ วิธีทําให้ผิวขาว นี้จะช่วยในเรื่องผิวและมีส่วนช่วยในเรื่องการขับถ่ายไปพร้อม ๆ กัน
10. การอบไอน้ำผิวหน้า เป็นการทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนอย่างลึกซึ้ง ช่วยทั้งเรื่องของผิวสะอาดสว่างใส เป็นทั้ง วิธีทําให้ผิวขาว และช่วยขจัดสิวไปพร้อม ๆ กัน โดยวิธีอบไอน้ำผิวหน้านั้นก็ทำได้ง่าย ๆ เพียงตั้งกะทะต้มน้ำจนเดือด จากนั้นน้ำกะทะมาวางบนโต๊ะแล้วยื่นหน้าให้อยู่เหนือไอน้ำ ความร้อนจะช่วยเปิดรูขุมขน และไอน้ำจะเข้าไปทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขนค่ะ
11. เมคอัพช่วยได้ ใช้ครีมรองพื้นและแป้งที่สว่างกว่าผิวจริง 1 ระดับสี และหลังจากแต่งหน้าแล้วให้นำพู่กันแตะแป้งกลิตเตอร์ประกายมุกปัดบริเวณหน้าผากและโหนกแก้ม ก็จะช่วยให้หน้าดูสว่างใสขึ้นได้เยอะเลยทีเดียว
12. สารพัดสูตรพอกหน้า นอกจากการขัดผิวแล้ว สาว ๆ ที่อยากมีผิวขาวสุขภาพดีควรพอกหน้า รวมถึงผิวกายให้ได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยสูตรผิวขาวที่สามารถทำเองได้จากวัตถุดิบในบ้านนั้นก็มีมากมาย ที่สำคัญยังเห็นผลชัดอีกด้วยหากทำอย่างต่อเนื่อง และสูตร วิธีทําให้ผิวขาว ที่หยิบยกมาฝากกัน มีดังนี้
วิธีทําให้ผิวขาว : สูตรมะละกอนมสด นำมะละกอมาบดผสมกับนมสด คนให้เข้ากัน จากนั้นนำไปพอกบนใบหน้าหรือผิวกายทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออก
วิธีทําให้ผิวขาว : โยเกิร์ตผสมมะนาว มะนาวเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่มีความเป็นกรดสูงมาก จนอาจทำให้แสบผิวได้ ดังนั้นการนำมะนาวมาผสมโยเกิร์ตแล้วนำไปทาผิวทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จะช่วยลดการระคายเคืองผิว และมะนาวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวใหม่ที่ใสกว่าเดิม
วิธีทําให้ผิวขาว : น้ำมันมะพร้าวเพื่อผิวเนียนนุ่ม เป็นสูตรโบราณที่ใช้ได้ผลมาก น้ำมันมะพร้าวจะช่วยในเรื่องการทำให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น แม้เพียงครั้งแรกที่ได้นำน้ำมันมะพร้าวมาทาผิว รับรองได้เลยว่า สาว ๆ จะรู้สึกถึงความเนียนนุ่มได้ทันทีเลยล่ะ
วิธีทําให้ผิวขาว : น้ำผึ้งและโยเกิร์ต นำส่วนผสมดังกล่าวพอกลงบนใบหน้าหรือผิวกายประมาณ 30 นาทีก่อนล้างออก ช่วยให้ผิวขาวและนุ่มขึ้นได้ สามารถทำได้วันเว้นวันค่ะ
วิธีทําให้ผิวขาว : กล้วยหอมและนมสด นำมาบดผสมกัน จากนั้นนำไปพอกผิวในบริเวณที่ต้องการ จะทำให้ผิวขาวเนียนสวยได้ สามารถทำได้วันเว้นวันเช่นกัน ผิวกระจ่างใส ธรรมชาติ.

Posted on February 26, 2015 at 17:53 by fgvbnhjyu · Permalink · Comments Closed
In: สิว ริ้วรอย

ผิวหน้าแห้ง บำรุงผิวด้วยโลชั่น ครีมบำรุงผิว

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

ผิวหน้าแห้ง ข้อแนะนำข้อนี้สำคัญมาก ใช้กับทั้งอากาศหนาวทุกระดับตั้งแต่หนาวบ้านเราไปจนหนาวติดลบ
บำรุงผิวด้วยโลชั่น ครีมบำรุงผิว ครีมทามือ
ทุกครั้งหลังอาบน้ำอย่าลืมชดเชยน้ำหล่อเลี้ยงผิวที่สูญเสียไปจากแดดและลมหนาว รวมไปถึงจากน้ำอุ่นที่เพิ่งอาบไป และอย่าลืมบำรุงผิวบริเวณนิ้วและมือของคุณด้วยครีมทามือ เพราะเรามักลืมกันว่ามือและนิ้วของเรานี่มักผ่านการล้างน้ำ สัมผัสสิ่งต่างๆ มากกว่าผิวหนังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย และจะเป็นผิวหนังส่วนแรกที่แตกระแหงจนรู้สึกได้ก่อนส่วนอื่น
หนาวมาก-หนาวติดลบ แนะนำให้ใช้ครีมบำรุงผิวแบบเข้มข้นซึ่งตัวครีมจะมีความข้นเหนียวกว่าโลชั่นทั่วไป หากสภาวะผิวของคุณแห้งยิ่งกว่าแดนอีสานหน้าแล้ง ขอแนะนำให้ใช้น้ำมันมะกอกชโลมนวดผิวแทนครีมบำรุงหรือควบคู่กันไป และควรบำรุงผิวมือบ่อยกว่าปกติ เพราะในเมืองที่หนาวจัด นิ้วของคุณจะแห้งมากจากการชะล้างและจับต้องสิ่งต่างๆ อาจเกิดอาการแสบร้อนบริเวณปลายนิ้วได้ แนะนำให้ทาครีมและใส่ถุงมือ ผิวหน้าแห้ง.

ผิวหน้าแห้ง

ผิวหน้าแห้ง  คลุมไว้เพื่อรักษาความชุ่มชื่นและป้องกันอาการแสบคันจากลมหนาวกัดกร่อนผิวปลายนิ้ว
อาบน้ำอุ่น-น้ำเย็น
น้ำอุ่นย่อมเป็นสิ่งถวิลหาของเราๆ ในช่วงที่ต้องผจญกับอากาศหนาว แต่ทั้งนี้การอาบน้ำที่อุ่นจนร้อนมากเกินไป นานเกินไป หรือถี่เกินไปอาจทำลายน้ำหล่อเลี้ยงผิวไปได้ง่ายๆ ทำให้ผิวแห้งสากเป็นขุย หากเป็นไปได้ให้อาบน้ำเพียงแค่วันละครั้งก็พอ และหลังจากอาบน้ำอุ่นแล้วให้ชโลมตัวด้วยน้ำเย็นเป็นการปิดท้าย คุณรู้หรือไม่ว่าวิธีนี้นอกจากจะทำให้คุณรู้สึกอบอุ่นหลังการอาบน้ำมากกว่าปกติแล้ว ยังเป็นการช่วยปิดรูขุมขน ป้องกันการสูญเสียน้ำหล่อเลี้ยงผิวในช่วงฤดูหนาวอีกวิธีหนึ่งด้วย
หนาวมาก-หนาวติดลบ ขอแนะนำให้ใช้ครีมอาบน้ำแทนโฟม สบู่ก้อนหรือเจลอาบน้ำ เพราะครีมอาบน้ำจะมีส่วนผสมของครีมบำรุงผิวผสมอยู่ด้วย ในกรณีของคนที่ผิวแห้งมากๆ ไม่ควรใช้ครีมอาบน้ำหรือใช้เพียงแต่น้อยมากเฉพาะจุดสำคัญ และให้ใช้ “ครีมหรือโลชั่นบำรุงผิว” แทนสบู่หรือครีมอาบน้ำ
การทำความสะอาดผิวหน้า
หลีกเลี่ยงการขัดถูหน้าในช่วงนี้เพราะจะให้ผิวหน้าแตกเป็นขุยได้ง่าย แถมยังอาจมีอาการแสบผิวตามมาอีกต่างหาก หากเป็นไปได้ขอให้ใช้น้ำเย็นล้างหน้าแทนน้ำอุ่น เพื่อป้องการการสูญเสียน้ำหล่อเลี้ยงผิว และควรทาครีมบำรุงผิวทันทีที่ล้างหน้าเสร็จ สำหรับคุณผู้ชายที่ต้องโกนหนวดเครา ก็อย่าลืมใช้ครีมโกนหนวดแบบบำรุงผิว และทาครีมที่ใบหน้าทันทีที่โกนหนวดและทำความสะอาดใบหน้าเสร็จ
หนาวมาก-หนาวติดลบ ขอแนะนำให้ทำความสะอาดหน้าด้วยครีมล้างหน้าแบบที่คุณสามารถทาแล้วเช็ดความสกปรกออกได้โดยง่ายและปิดท้ายด้วยการใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำค่อยๆ เช็ดใบหน้าให้สะอาดพร้อมทาครีมบำรุงผิวทันทีที่ทำความสะอาดผิวหน้าเสร็จ
ครีมกันแดด
อากาศหนาวมิได้หมายความว่าจะไม่ต้องใช้ครีมกันแดด ขอให้จำไว้เลยว่าก่อนออกจากเคหะสถานทุกครั้งให้ทาครีมกันแดดทั้งผิวหน้า ลำคอ และส่วนแขนขาที่อาจได้สัมผัสแดด ถือเป็นมันตราสำคัญที่ไม่ควรลืมทั้งเมืองร้อน เมืองหนาวและเมืองหิมะปกคลุม เพราะแสงแดดนี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวของคุณแห้งกร้านได้ ใครว่าแดดฤดูหนาวไม่แรง จริงๆ แล้วแรงไม่แพ้แดดฤดูร้อนเลยทีเดียว
พักผ่อนให้เพียงพอ
อย่ามัวแต่ห่วงเที่ยวจนลืมนอน เพราะหากคุณพักผ่อนไม่พอ ร่างกายของคุณจะอ่อนเพลียและรู้สึกเหมือนขาดน้ำ ผิวกายหยาบแห้งกร้าน และต่อให้คุณอาบชโลมผิวด้วยครีมบำรุงผิว ตั้งหน้าตั้งตาดื่มน้ำมากเพียงใดก็ไม่สามารถลบความเหนื่อยและทดแทนน้ำหล่อเลี้ยงที่ร่างกายสูบไปใช้เพื่อพยุงให้กลไกของร่างกายทำงานได้ ข้อแนะนำข้อนี้อีกเช่นกันที่ไม่ว่าคุณจะไปเที่ยวเมืองหนาวระดับไหน ก็อย่าได้ละเลยการนอนหลับพักผ่อน
ลิปมัน
สิ่งสำคัญที่ห้ามลืมสำหรับการปกป้องริมฝีปากอันบอบบาง และควรเป็นลิปมันที่ป้องกันยูวีได้ด้วย ผิวหน้าแห้ง.

Posted on February 26, 2015 at 16:35 by fgvbnhjyu · Permalink · Comments Closed
In: เซรั่ม