อาหารเสริมลดน้ำหนัก 8 ข้อที่ผู้หญิง 40+ ควรรู้เกี่ยวกับการลดน้ำหนัก

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

อาหารเสริมลดน้ำหนัก 8 ข้อที่ผู้หญิง 40+ ควรรู้เกี่ยวกับการลดน้ำหนัก
ผู้หญิงส่วนใหญ่พบว่าเมื่ออายุมากขึ้น การจะควบคุมน้ำหนักและสัดส่วนให้เท่าเดิมเป็นเรื่องยากมาก นอกจากจะเพราะเมตาบอลิซึ่มทำงานช้าลง

วิธีไดเอทที่เคยได้ผลก็ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว ดังนั้น สำหรับคุณผู้หญิงวัยหลัก 4 ขึ้นไป เรามีคำแนะนำที่ใช้ผล 8 ข้อมาแนะนำกันค่ะ อาหารเสริมลดน้ำหนัก

อาหารเสริมลดน้ำหนัก

 

อาหารเสริมลดน้ำหนัก 1. แค่ออกกำลังกายไม่เพียงพอ

การออกกำลังกายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสุขภาพกายและใจ แต่เมื่อผู้หญิงอายุมากขึ้น การออกกำลังกายนั้นไม่เพียงพออีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ แต่ยังไม่เห็นผลต่อรูปร่างและสุขภาพ มันแปลว่าคุณควรใส่ใจในเรื่องการกินให้มากขึ้นด้วย โดยเน้นทานอาหารให้เพียงพอในแต่ละวัน

การทานมากไปจะทำให้เกิดไขมันสะสม แต่การทานน้อยเกินไปร่างกายก็จะเก็บสะสมไขมันไว้ใช้อยู่ดี ดังนั้น ควรทานให้พอเหมาะในแต่ละวัน อย่าอดอาหาร และอย่าทานมากไป

Diet

2. การลดน้ำหนักจะไม่เห็นผลเร็วเหมือนตอนอายุ 20

ผู้หญิงวัยกลางคนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเลยเลข 50 มักจะคาดหวังให้ร่างกายสามารถลดน้ำหนักได้รวดเร็วเหมือนตอนสมัยสาวๆ ถึงแม้ว่าจะกินเท่าเดิม แต่ก็เหมือนจะยิ่งอ้วนมากขึ้น

นั่นเป็นเพราะว่าระบบเผาผลาญที่เคยทำงานได้ดีสมัยสาวๆนั้นมันทำงานช้าลง เราควรยอมรับว่าร่างกายเราไม่เหมือนเดิมแล้ว แทนที่จะมัวเครียดและวิตกกังวลกับระบบร่างกายที่ไม่เหมือนเดิม

3. วิธีเร่งรัดไม่ได้ผลอีกแล้ว แต่นั่นเป็นเรื่องดี

ทุกคนคงรู้จักวิธีเร่งรัดเช่น สูตร 3 วัน สูตร 7 วัน ที่เป็นที่นิยมเมื่อต้องการลดน้ำหนักเร่งด่วน ซึ่งเคยได้ผลอย่างดีเมื่อสมัยอายุน้อยกว่านี้ คุณอาจรู้สึกแย่ว่าเราไม่สามารถทำสูตรนั้นได้และเห็นผลอีกต่อไป แต่เชื่อสิว่า มันเป็นเรื่องดี

เพราะต่อจากนี้ เราจะได้ไม่ต้องพึ่งพาสูตรเร่งรัดที่มันได้ผลแค่ไม่กี่วัน เรายอมกินอาหารเหมือนดั่งแมวดมตามสูตร เพื่อที่จะผอมแค่ไม่กี่วัน จากนั้นน้ำหนักก็เด้งกลับมาเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม นอกจากมันจะไม่ดีต่อสุขภาพแล้ว มันยังได้ไม่คุ้มเสียอีกนะ

ข่าวดีคือ เราสามารถทำให้การไดเอทเป็นเรื่องดีได้ โดยเน้นโฟกัสที่ผลลัพธ์ระยะยาว อาหารเสริมลดน้ำหนัก เรามุ่งเน้นวิธีที่ดีต่อร่างกายและจิตใจแทน ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องหักโหม และหลายๆครั้งเราก็แทบไม่รู้สึกเลยว่าเรากำลังลดน้ำหนักอยู่

เพราะเรายังสามารถกินได้ แค่ลดหรือละอาหารบางชนิด และเราสามารถออกกำลังกายได้โดยที่ไม่รู้สึกว่าเรากำลังทรมานตัวเองอยู่ และผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ รูปร่างของเราจะค่อยๆดีขึ้น ไขมันส่วนเกินลดลง ลดอัตราเสี่ยงของโรคภัยไข้เจ็บ ร่างกายสดชื่น จิตใจเบิกบาน

4. เมื่อเราไม่ประสบผลสำเร็จ มันไม่ได้หมายความว่าเราคือผู้ล้มเหลว

ในทุกๆด้านของชีวิต ไม่ใช่แค่เรื่องการลดความอ้วน การที่เราไม่ประสบความสำเร็จหนึ่งครั้งสามารถหยุดเราไม่ให้ทำสิ่งนั้นๆได้อีกตลอดกาล คุณผู้หญิงวัย 40 ขึ้นไปมักจะมีประสบการณ์แย่ๆเกี่ยวกับการลดน้ำหนักที่ไม่ประสบความสำเร็จยาวเป็นหางว่าว และนั่นทำให้พวกเธอไม่กล้าแม้แต่จะคิดเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

ปัญหาก็คือ เรามักคิดถึงเรื่องในอดีตของเราทั้งๆที่มันยังไม่เกิดขึ้นอีกครั้ง เรามักจะคาดการณ์ล่วงหน้าไปก่อนแล้วว่ามันต้องเป็นแบบเดิมอีกแน่เลย ทั้งๆที่ยังไม่ได้เริ่มทำ และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงไม่ทำมันสักที

ข้อเท็จจริงก็คือ คนที่ประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักหลายคนเคยล้มเหลวมาทั้งนั้น หลายคนเรียกได้ว่าสะสมประสบการณ์แย่ๆมาทั้งชีวิต แต่ในที่สุด เมื่อพวกเขาไม่หยุดเริ่มต้นใหม่ มันก็มีวันนี้ที่แสนคุ้มค่า วันที่เขาเอาชนะตัวเองได้เสียที ดังนั้น อย่าเอาความล้มเหลวในอดีตมาตัดสินปัจจุบัน คุณไม่รู้หรอกว่าครั้งนี้จะแตกต่างไหมจนกว่าจะได้ลงมือทำ

5. สุดยอดการลดน้ำหนัก ขึ้นอยู่กับนิสัยการกิน

สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว ต่อให้พวกเขามีแผนการกินที่ดีที่สุดในโลก พวกเขามักพบว่ามันยากที่จะทำตามได้ เป็นเพราะอะไร?
เพราะว่า คนเราทุกคนมีนิสัยส่วนตัว และนั่นครอบคลุมถึงนิสัยการกินด้วย นิสัยเป็นสิ่งที่ถูกบ่มเพาะมาเป็นเวลานาน

การเปลี่ยนนิสัยอย่างปุบปับจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากสำหรับคนส่วนใหญ่ ดังนั้น เราไม่จำเป็นต้องตีอกชกแผงเอาหัวโขกกำแพงที่ไม่สามารถทำตามแผนการกินได้ เปลี่ยนเป็นค่อยๆทำความเข้าใจนิสัยการกินของตัวเองและเริ่มปรับเปลี่ยนทีละน้อยดีกว่า

การจดไดอารี่การกินของเราทุกวันจะช่วยให้มองเห็นลักษณะนิสัยการกินของเราอย่างชัดเจน

6. ค่อยๆเปลี่ยนทีละนิด

อะไรที่จะทำให้เราทำสิ่งๆหนึ่งได้เป็นระยะยาว? คำตอบคือ การค่อยๆเริ่มทำจนเป็นนิสัยนั่นเอง

เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนการไดเอทของเราทุกกระเบียดนิ้วในวันเดียว เพราะนอกจากจะยากมากแล้ว คนส่วนใหญ่มักจะไม่ประสบความสำเร็จในการทำมันได้ในระยะยาว วิธีที่ดีที่สุดคือการปรับเปลี่ยนทีละนิด เพื่อช่วยให้ร่างกายค่อยๆปรับตัว

เริ่มจาก ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่มีต่อการกินของเรา นำเอาอาหารขยะ อาหารไม่มีประโยชน์ ออกไปให้ห่างที่สุด โดยเฉพาะของโปรดที่เห็นเมื่อไหร่เป็นต้องอดใจไม่ได้ การทำแบบนี้จะลดความอยากอาหารไร้สาระได้

จากนั้น เมื่อถึงเวลากิน ควรตั้งใจกิน อย่ากินไปดูทีวีไป เพราะมันจะทำให้เราเพลินกับอาหารจนเกินไป ควรนั่งกินอาหารแต่ละคำอย่างช้าๆ พยายามลิ้มรสสัมผัสอาหารทุกคำ รับรู้แม้กระทั่งเวลามันผ่านลงคอเราลงไป วิธีนี้จะช่วยให้ร่างกายและการกินของเรามีการประสานงานกันมากขึ้น

7. เริ่มยิ่งเร็วเท่าไหร่ ยิ่งดี

ถึงแม้ว่าการลดน้ำหนักจะเริ่มทำเมื่อไหร่ก็ได้ แต่การที่เราเริ่มเร็วเท่าไหร่ มันก็ยิ่งดีเท่านั้น เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะได้ใส่สุดสวยไปงานสำคัญในเร็วๆนี้หรือเปล่า อย่างไรการเตรียมตัวให้พร้อมเอาไว้ก่อนก็ยิ่งดี

8. สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความสม่ำเสมอ

ความสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญของการลดน้ำหนัก เพราะในหลายๆครั้งที่เราอาจจะเจอกับสถานการณ์ที่ทำให้เราเครียดจนอดไม่ได้ที่จะยัดอาหารเข้าปากให้มากที่สุด หรือการพลาทู (Plateau) ที่เราจะไม่เห็นผลลัพธ์ในการไดเอทของเราอยู่พักใหญ่

ซึ่งแทบจะทำให้เราท้อและอยากจะล้มเลิกเลยทีเดียว แต่สิ่งที่จะทำให้เรายังอยู่กับเป้าหมายของเราต่อไป คือ ความสม่ำเสมอนั่นเอง ดังนั้น อย่าหยุดโฟกัสที่เป้าหมาย อย่าเสียใจแม้ว่าผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ชัดเจนเท่าใดนัก ถ้าเราทำต่อไป เราก็ต้องสำเร็จสักวัน อาหารเสริมลดน้ำหนัก.

Posted on August 30, 2016 at 14:22 by admin · Permalink · Comments Closed
In: อาหารเสริมลดน้ำหนัก

เมนูลดน้ำหนักที่ได้ผล สูตรลดน้ำหนักแสนง่าย

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

เมนูลดน้ำหนักที่ได้ผล  สูตรลดน้ำหนักแสนง่าย
ลดน้ำหนักสูตรหนึ่ง

ขอบอกว่าการลดน้ำหนักสูตรนี้เรียกได้ว่าสูตรพื้นฐานในการลดน้ำหนักมั่กๆ เลยนะคะ แต่รับรองว่าได้ผลจริง เพราะลองมากับตัวเอง หนึ่งสัปดาห์ลดน้ำหนักได้ 2 – 3 กิโล เลยทีเดียว

เริ่มต้นอย่างช้าๆแต่มั่นคงในการลดน้ำหนัก ด้วยมื้อแรกของวันแรก อย่าเพิ่งหักโหมค่ะ!!! เรื่องลดน้ำหนักต้องค่อยเป็นค่อยไป เมนูลดน้ำหนักที่ได้ผล 

เมนูลดน้ำหนักที่ได้ผล

 

เมนูลดน้ำหนักที่ได้ผล - ตอนเช้าเริ่มต้นลดน้ำหนักก็อาจจะเป็นขนมปังสักชิ้น กับโยเกิร์ตไขมันต่ำหรือนมพร่องมันเนย จะกินกาแฟ โกโก้ อะไรตามปกติก็ได้

- กลางวันก็เป็นข้าวต้มหรือเกาเหลา เกี๊ยวน้ำ

- ตอนเย็นให้เป็นแกงเลียง อ่อมผัก หรือ น้ำพริก ปลาทู ผักต้ม แบบไม่มีข้าวนะคะ

 

การลดน้ำหนักวันที่สอง

 

- ตอน เช้าอาจจะเปลี่ยนเป็น ชาหรือกาแฟไม่ใส่นม ไม่ใส่ครีม และน้ำตาลน้อยที่สุด ไม่ใส่เลยยิ่งดีค่ะ หรือถ้าไม่ทานชา กาแฟ ก็เป็นพวกน้ำผลไม้100% ขอเน้นนะคะว่า 100% อย่าไปซื้อเชียวพวกน้ำผลไม้ในตู้ จากการลดน้ำหนักจะ กลายเป็นเพิ่มแทน เพราะน้ำตาลเยอะกว่าชา กาแฟอีกค่ะ ลองดูปริมาณแคลอรี่ก็ได้ ขอแนะนำให้เป็นน้ำผลไม้จำพวก แครอท แอปเปิ้ล หรือฝรั่ง ถ้าทานแบบวันแรกได้ก็ดีค่ะ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องงดขนมปังนะคะ แต่ให้เปลี่ยนเป็นขนมปังโฮลวีตเท่านั้น ถ้าแผ่นเดียวไม่พอ จะขอ 2 ก็ได้อยู่ค่ะ

- กลางวันก็ให้ทานสลัดไก่ สลัดหมู สลัดปลา อะไรก็ว่าไป ส่วนน้ำสลัดไม่จำเป็นต้องน้ำใสก็ได้ค่ะ แต่ควรจะใส่ให้พอมีรสชาดเท่านั้น

- ตอนเย็นอาจจะเป็นแกงเลียงหรือน้ำพริกเหมือนเดิม แต่ถ้าอยากหักดิบลดน้ำหนักได้เร็วๆ ก็ให้ทานไข่ต้ม 2 ฟองก็พอค่ะ

 

การลดน้ำหนักวันที่สาม

 

- เมื่อร่างกายเริ่มรับอาหารน้อยลงได้ ก็จะง่ายต่อการลดน้ำหนัก มื้อเช้าก็ให้เลือกทานชาหรือกาแฟน้ำตาลน้อยที่สุด หรือนมพร่องมันเนย หรือโยเกิร์ตไขมันต่ำกับขนมปังโฮลวีต1-2แผ่นเหมือนเดิมค่ะ

- กลางวันให้ทานสลัดเหมือนวันที่สอง

- ตอนเย็นก็ไข่ต้ม 2 ฟองค่ะ

 

การลดน้ำหนักวันที่สี่

 

- ตอนเช้าก็เลือกทานเหมือนทุกวัน

- กลางวันไข่ต้ม 2 ฟอง

- ตอนเย็นทานผลไม้ที่ไม่เพิ่มน้ำหนัก หรือซุปผัก

 

ส่วนการลดน้ำหนักวันที่ห้า หกและเจ็ด ก็เลือกทานสลับกันในมื้อ เหมือนวันที่สามกับวันที่สี่ แต่ขอให้เป็นพวก

 

- ไข่ต้ม ไม่เกิน 2 ฟอง

- โยเกิร์ตไขมันต่ำ หรือนมพร่องมันเนย

- สลัดไข่ สลัดปลา หรือสลัดไก่ไม่ติดมัน ใส่ครีมน้อย

- น้ำผลไม้ 100% หรือผลไม้ประเภทที่ทานเพื่อช่วยลดน้ำหนักได้

 

วันที่เจ็ดของการลดน้ำหนักอนุญาติตัวเองได้นะ ถ้าเกิดอยากทานอะไรเป็นพิเศษก็ทานได้มื้อเย็นของวันนี้เลยค่ะ พอวันต่อมาวันที่แปดก็เริ่มทานตามสูตรลดน้ำหนักเหมือนเดิมรับรองหุ่นเก๋ไก๋สไลด์เดอร์อยู่แค่เอื้อม
เคทีจะเตือนก่อนว่าสามถึงสี่วันแรกของการลดน้ำหนัก ถ้าน้ำหนักไม่ลงอย่าเพิ่งเสียใจไปนะคะ เพราะรับรองว่าถ้าวันต่อๆมาเราไม่ท้อถอย นอกลู่นอกทางซ่ะก่อนได้ผลแน่ค่ะ สำหรับเคทีเองเมื่อลดน้ำหนักผ่านไปสามวันน้อยใจมากที่อุตส่าห์ลดอาหาร(เพราะปกติกินทั้งวัน) แต่ทำไมน้ำหนักไม่เห็นลดเลย เกือบจะยอมแพ้ซ่ะแล้ว แต่ก็กัดฟันลองทำต่อไป เมนูลดน้ำหนักที่ได้ผล ซื่อสัตย์กับตัวเองไว้ว่าต้องลดน้ำหนักให้ได้ ปรากฏว่าชั่งน้ำหนักอีกทีประมาณวันที่หก ก็ลดน้ำหนักลงมาเหลือสองกี่โลเลยล่ะค่ะ ขนาดว่าเป็นคนที่ท้องผูกด้วยนะเนี่ยะ สันนิษฐานว่าช่วงแรกของการลดน้ำหนักเราทานเพื่อปรับสภาพร่างกาย การทานน้อยลงเป็นการควบคุมไม่ให้น้ำหนักเพิ่ม เมื่อน้ำหนักคงที่พอเราทานน้อยลงน้ำหนักก็จะลงตามค่ะ

ง่ายต่อการลดน้ำหนักอย่างต่อเนื่องในวันต่อๆมา

แต่เคทีไม่แนะนำการลดน้ำหนักโดย ลดอาหารในมื้อเช้าหรือกลางวันสำหรับคนที่ต้องใช้พลังงานทั้งวัน หรือถ้าวันไหนรู้ว่าตัวเองต้องออกไปข้างนอก หรือต้องใช้สมองคิดนั่นคิดนี่ทั้งวันนะคะ เพราะจะทำให้เราหิวเร็ว เนื่องจากทานอาหารน้อยไป อาจทำให้ปวดท้อง แสบท้อง ถึงขั้นเป็นลมหรือเป็นโรคกระเพาะได้ค่ะ ฉะนั้นอย่าห่วงเรื่องลดน้ำหนักจนลืมดูแลสุขภาพด้วย

ลดน้ำหนักสูตรสอง

 

การลดน้ำหนักสูตร นี้เหมาะสำหรับสาวๆที่ติดการทานข้าวรวบมื้อ มีเรียนหรือทำงานช่วงสาย เคทีเคยคุยกับเพื่อนที่เรียนจบด้านโภชนาการ เขาบอกว่าไม่มีปัญหาถ้าหากว่าเราไม่ค่อยได้ใช้พลังงานระหว่างวันค่ะ เราสามารถทานมื้อเช้าและกลางวันเป็นมื้อเดียว แล้วก็ไปทานมื้อเย็นเลย หรือเฉลี่ยว่าทานสองมื้อต่อวัน ซึ่งควรเป็นช่วง 10 – 11 โมง
สำหรับการลดน้ำหนักสูตรสอง

- มื้อแรกของวันทานเท่าไหร่ก็ทานไปเลยค่ะ แต่ต้องให้อิ่มในมื้อเดียวไปเลยนะคะ เพราะเราจะได้อยู่ได้ทั้งวันจริงๆ

- มื้อเย็นให้ทานน้ำพริกกับผักต้ม แกงเลียง อ่อมผัก ไข่ต้ม หรือสลัดแทน เพราะว่าเราไม่ได้ใช้พลังงานแล้ว สูตรนี้หนึ่งสัปดาห์จะลดน้ำหนักได้หนึ่งกิโลหรืออาจมากกว่า ขึ้นอยู่กับการใช้พลังงานค่ะ

 

อย่างไรก็ตามเคทีเองลองสูตรลดน้ำหนักมาแล้วทั้งสองสูตร แม้ว่าสูตรลดน้ำหนักสูตรแรกจะทานครบสามมื้อแต่ทว่าทรมานมากกว่าเพราะเราต้องทานให้น้อยที่สุดเพื่อเฉลี่ยกับมื้ออื่นๆ ส่วนสูตรลดน้ำหนักสูตรที่สองเป็นอะไรที่สบายกว่าหน่อยเพราะทานได้เต็มคราบ แต่แน่นอนว่าลดน้ำหนักสูตรสองจะลดน้ำหนักได้น้อยกว่าค่ะ แต่หากเราต้องเข้างานหรือมีเรียนตอนเช้า เคทีว่าสาวๆน่าจะใช้สูตรแรกจะเหมาะกว่าค่ะ และไม่ว่าสูตรลดน้ำหนักสูตร ไหนๆเพื่อนๆชาวโยพิก็อาจเอาไปประยุกต์ได้ตามชีวิตประจำวัน ที่สำคัญอย่าลืมออกกำลังกายบ้าง ดื่มน้ำมากๆ ทานแต่อาหารต้มๆ นึ่งๆ และผักผลไม้สด นอนหลับให้เพียงพอประมาน 8 ชั่วโมงต่อวันด้วยล่ะ การนอนเนี่ยะมีส่วนช่วยลดน้ำหนักด้วยนะ แต่ต้องเป็นเวลาที่เหมาะสมพอเพียงค่ะ แล้วถ้าเพื่อนๆชาวโยพิลองทำตามสูตรลดน้ำหนักและได้ผลอย่างไรก็อย่าลืมมาโพสบอกกันบ้างนะคะ เมนูลดน้ำหนักที่ได้ผล.

Posted on August 29, 2016 at 19:32 by admin · Permalink · Comments Closed
In: เมนูลดน้ำหนักที่ได้ผล

ให้เลือกดูเคส รูปก่อนทำของคนไข้ ที่มีลักษณะจมูก เหมือนตัวท่าน มากที่สุด

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

วิธีการดูรีวิว
ให้เลือกดูเคส รูปก่อนทำของคนไข้ ที่มีลักษณะจมูก เหมือนตัวท่าน มากที่สุด
และถามตัวท่านเอง ว่า ใช่จมูก ที่อยากทำ หรือไม่

บางคนเนื้อจมูกน้อย แต่อยากได้ แบบ ลูกครึ่ง ก็ ยากค่ะ หมอต้องใช้เทคนิคอื่นช่วย ซึ่งต้องใช้ความชำนาญ ราคาก็จะสูงขึ้นไป

การเสริมจมูกด้วยซิลิโคน เป็นทางเลือกที่ดี เพราะปลอดภัย อยู่ได้ตลอดชีวิต โดยร่างการจะสร้าเยื่อพังผืดเหมือนแคปซูลมาห่อหุ้มรอบซิลิโคนให้ยึดติดกับเนื้อเยื่อ ถ้าจะเอาออก ก็ทำได้ พักฟื้นไม่นานด้วยค่ะ.
ซิลิโคนจมูก
ปัจจุบันซิลิโคนมี 2 ประเภท

ประเภทซิลิโคนสำเร็จรูป หมอก็เอามาเหลาอีกที (ซิลิโคนแมนทิส ก็เป็นประเภทนี้)
ประเภทซิลิโคนที่เหลาขึ้นรูปเอาเอง

ทำไมบางคลีนิคไม่พูดถึง ซิลิโคนแมนทิส Mantis Strut (แกนตั๊กแตน)

บุ๋มขอพูดตรงๆ นะ
ง่าย ๆ เขาไม่เอามาขายไง เขาเลยไม่ได้โฆษณา
ถ้าคลีนิคนั้นสั่งมา หมอเขาต้องไปเรียนการเสริมซิลิโคนแมนทิสอีก ค่าเรียนแสนนึง หมอเขาต้องสละเวลาไปเรียนอีก สละเวลาไปเก็บเคสอีก สี่สิบกว่าเคส เสียเวลามาก เสียโอกาสทำเงินของเขา

ออกแบบมาเพื่อให้แก้ปัญหา ข้อเสียของ การเสริมด้วยซิลิโคนแบบเก่าๆ เช่นต้องเอากระดูกหูมาช่วยเสริมจมูก เจ็บตัว บางคนติดเชื้อเจ็บหู จนต้องไปรักษาหูเป็นเรื่อง เป็นราว เป็นต้น
ขณะนี้ อยู่ในระหว่างการดำเนินการยื่นขอจดสิทธิบัตรระดับโลก Patent & Trademark Office (PTO)

คุณสมบัติ และข้อดี ของแมนทิส (Mantis Strut )

ได้มาตรฐานศัลยกรรมผ่าตัด และอยู่ได้ตลอดชีวิต( โปรดเรียกหา Medical grade )หมอหัวใสบางคน เอาเกรดที่ไม่ผ่าน มาทำ แล้วก็ตั้งราคาถูก ทำกันเกลื่อนเมือง ขอให้ระวัง ตรวจสอบดึ ดึ ของถูกและดี มัน มีน้อย เขาขายถูกเพราะหั่นราคาซิลิโคน เราเตื่อน เธอแล้วนะจ๊ะ
เสริมออกมาแล้ว จมูก นิ่ม บิดได้ ดูเป็นธรรมชาติ ไม่เหมือนคนเสริมมา ซิลิโคนจมูก
ขึ้นรูป หมอตัดตกแต่งทรงได้
มีฐาน หมอจะวางส่วนล่างของแกนซิลิโคน ครอบบนฐานของจมูก จึงป้องกันปัญหาการเบี้ยว เอียง ในอนาคต
ด้วยความเชื่อที่ว่า แกนตั๊กแตนนี ้ต้องแก้ปัญหา จมูกได้เกือบ ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฮัพจมูก (ผู้เรียบเรียงก็มีฮัพ ค่ะ แฮ่)
รูปทรงภายนอกของจมูกจะตรงและมีระดับเสมอกัน ทำให้การผ่าตัด เป็นไปด้วยความรวดเร็ว ไม่เสียเวลา นั่งเหลาทั้งแท่ง หมอเพียงตกแต่งให้เข้ากับจมูกเราเท่านั้น
ทรงสวย ความลึกและความโค้งของส่วนล่างและส่วนบนของ แกนตั๊กแตน จะไม่เท่ากัน ทั้งนี้ถูกออกแบบเผื่อไว้คสำหรับคนเอเชียที่มีโครงสร้างกระดูกไม่เรียบมีส่วนนูนและส่วนเว้าไม่เท่ากันอยู่แล้ว
ขอบของแกนตั๊กแตนบางเหมือนกระดาษ เมื่อใส่ไปในจมูกแล้วจะมองไม่เห็นรอยต่อใดๆ ไม่มีชั้นหรือเงาใดๆ ให้เห็นบนจมูก แม้เวลาถ่ายรูป หรือแม้แต่การคลำ ก็ไม่สามารถบอกได้ว่า รอยต่อของแกนอยู่ที่ใด ดีสำหรับคนผิวเนื้อบางๆ
ทำให้จมูกพุ่ง และ มีหยดน้ำ อันนี้สุดยอด.

Posted on August 25, 2016 at 23:58 by admin · Permalink · Comments Closed
In: จมูก

วิธีรักษาสิวหัวดำ

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

วิธีรักษาสิวหัวดำ รักษาสิวหัวดำ ก่อนสร้างความรำคาญใจ
รักษาสิวหัวดำ
สิวหัวดำเป็นสิวที่คนเป็นสิวทุกคนต้องเป็น มองไกลไม่เห็นแต่ถ้าจ้องกันในระยะประชิดแล้วล่ะก็จะเห็นได้ชัดเจน ความจริงสิวหัวดำไม่น่ากลัวเท่าไร แต่ถ้าไม่ทำอะไรกับมันมันก็จะฝังอยู่บนหน้าอย่างนั้นไม่หายไปไหน ว่าแล้วมาดู “5 เรื่องน่ารู้ของสิวหัวดำ” กันดีกว่าค่ะเผื่อจะนึกไอเดียช่วยกำจัดสิวหัวดำขึ้นมาได้บ้าง วิธีรักษาสิวหัวดำ

วิธีรักษาสิวหัวดำ

 

วิธีรักษาสิวหัวดำ รักษาสิวหัวดำ

1. สิวหัวดำคือสิวอุดตันชนิดหนึ่ง
จริงๆแล้วสิวหัวดำเป็นสิวอุดตันชนิดหนึ่งที่เราเรียกว่า “สิวอุดตันหัวเปิด” คือ เราสามารถเห็นหัวสิวได้ชัดเจนเพราะหัวสิวมันโผล่ขึ้นมาเหนือรูขุมขน และที่หัวสิวมันดำก็เพราะมันสัมผัสกับอากาศภายนอก ขึ้นได้ทุกตำแหน่งของใบหน้าแต่จะชอบขึ้นบริเวณที่มีความมันเป็นพิเศษ โดยเฉพาะแถวๆจมูกและคาง โดยรวมสิวหัวดำน่ากลัวน้อยกว่าสิวหัวขาวที่ฝังอยู่ใต้ผิวหรือสิวที่ไม่มีหัวสิวโผล่ขึ้นมา เพราะมันจัดการง่ายกว่าแต่วันดีคืนดีหากมีอะไรมากระตุ้นสิวหัวดำก็สามารถเปลี่ยนเป็นสิวอักเสบได้ทุกเมื่อเช่นกัน
2. สิวหัวดำไม่น่ากลัว แต่น่ารำคาญ
ปกติสิวหัวดำถ้าไม่มีอะไรไปกระตุ้นมันก็จะอยู่บนหน้าอย่างนั้น ไม่เจ็บ ไม่ปวด เพียงแต่ถ้ามันมีเยอะๆมันอาจทำให้เรารู้สึกรำคาญ คันไม้คันมือ อาจทำให้หน้าเราดูหมองหรือไม่เรียบเนียนได้ ว่าแล้วเอายังไงกับมันดีนะ จะเอาออกหรือไม่เอาออกดี?
3. กดสิวหัวดำออกดีหรือเปล่า
คำถามที่หลายคนคงสงสัยไม่น้อย ตกลงเราควรกดสิวหัวดำออกหรือเปล่า จริงๆคำตอบของคำถามนี้อยู่ที่ความพึงพอใจของเรามากกว่า ถ้าสิวหัวดำมีไม่เยอะและเราไม่ซีเรียสทนเห็นสิวหัวดำบนหน้าตัวเองได้ก็ไม่ต้องกด ทายาไปเรื่อยๆมันจะค่อยๆหลุดออกมาเองแต่จะช้าหน่อย แต่ถ้ามีเยอะอยู่ติดๆกันเป็นแพกดออกบ้างก็ดีเพื่อป้องกันการอักเสบที่อาจเกิดขึ้น เพราะเวลาที่มันอักเสบสิวเม็ดที่อยู่ใกล้กันมักจะอักเสบพร้อมกัน ทำให้เกิดเป็นสิวเม็ดใหญ่หรือสิวหัวช้างได้ค่ะ4. แผ่นลอกสิวทำอะไรสิวหัวดำไม่ได้
คิดว่าคนเป็นสิวทุกคนคงรู้จักแผ่นลอกสิวที่วางขายตามท้องตลาด เช่น Biore pore pack , Black head boud patch , Clear nose นิยมใช้เพื่อลอกสิวเสี้ยนที่จมูก ถ้าใครเคยใช้เวลาลอกจะเห็นหัวสิวติดออกมาเต็มไปหมดซึ่งสิวที่หลุดออกมานั้นเป็นเพียงสิวเสี้ยนเท่านั้น แผ่นลอกสิวเหล่านี้ทำอะไรสิวหัวดำไม่ได้เลย วิธีรักษาสิวหัวดำ  เพราะมันเป็นสิวอุดตันที่หัวสิวยึดเกาะรูขุมขนเอาไว้แน่นมาก แค่แรงดึงจากแผ่นลอกสิวเอาไม่ออกจริงๆ
5. ลดการอุดตันของผิวดีที่สุด
การกดสิวเป็นเพียงการรักษาสิวหัวดำที่ปลายเหตุเท่านั้น แต่ถ้าอยากลดการเกิดสิวจากต้นเหตุต้องพยายามลดการอุดตันของผิวให้ได้มากที่สุด วิธีที่นิยมทำกันมากที่สุดคือการทาครีมหรือยาที่ช่วยผลัดเซลผิวชั้นบนออก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการอุดตันและการติดเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นต้นเหตุการเกิดสิว เช่น BHA , AHA , Benzoyl peroxide , tretinoin หรือถ้าใครไม่อยากทายาอยากลองรักษาแบบธรรมชาติสามารถใช้มะขามเปียกหรือมะนาวแทนได้ เป็น AHA จากธรรมชาติดูปลอดภัยกว่า แต่ก่อนใช้ก็ต้องระวังให้ดีเพราะมีโอกาสแพ้ได้เช่นกันค่ะนอกจากการทายาหรือครีมเพื่อลดการอุดตันของผิวแล้ว
การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตัวอื่นก็เช่นกันเดียวกัน ควรเลือกตัวที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันเพื่อป้องกันการอุดตันที่เกิดขึ้น และที่สำคัญช่วงที่เป็นสิวอยู่นี้พยายามทาครีมให้น้อยตัวที่สุด เลือกเฉพาะตัวที่จำเป็นจริงๆ รักษาสิวให้หายก่อนค่อยบำรุงก็ยังไม่สาย สิวหัวดำ สิวอักเสบ สิวหัวช้าง จะได้หายไปจากใบหน้าสวยๆหล่อๆของเราสักทียังไงล่ะค่ะ

สิวหัวดำ (Blackheads) ปัญหาหนักใจของคนอยากหน้าใสไร้สิว ซึ่งสิวดังกล่าวสามารถสังเกตุได้ง่ายๆคือจะเป็นหัวสีดำๆและหัวจะเปิด ซึ่งวิธีรักษาก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแต่ต้องใจเย็นๆ เพราอาจต้องใช้เวลาในการรักษา วิธีรักษาสิวหัวดำ.

Posted on August 25, 2016 at 22:21 by admin · Permalink · Comments Closed
In: วิธีรักษาสิวหัวดำ

ลดความอ้วน pantip วิธีลดน้ำหนักอย่างง่าย

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

ลดความอ้วน pantip วิธีลดน้ำหนักอย่างง่าย

ปัจจุบันค่านิยมความอยากผอม อยากหุ่นดีเหมือนนักร้อง ดารา ถือเป็นค่านิยมที่กระจายไปทั่ว ไม่ว่าชายหรือหญิง โดยเฉพาะในวัยรุ่น แต่ละคนหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องรูปร่างหน้ากันมากขึ้น ยิ่งบวกรวมกับนิสัยคนในปัจจุบัน ที่ชอบอะไรเร็วๆง่ายๆและสบาย จึงทำให้เกิดสูตรลดน้ำหนักมากมาย ออกมาตอบสนองความต้องการกัน ลดความอ้วน pantip.

ลดความอ้วน pantip

ลดความอ้วน pantip “วิธีลดน้ำหนัก” สูตรนึงที่มีคนพูดถึงบ่อยๆ แถมมีคนมากมายทดลองทำ สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง คงหนีไม่พ้น สูตรน้ำหนักแบบเร่งด่วน หรือ พวกสูตร 3 วัน 7 วัน ที่บ้างบอก ลดได้ 5 กิโลกรัม ภายใน 7 วัน บ้างบอก กิน 3 วัน ลงได้ 4 กิโลกรัม บ้างก็ดึงเอาชื่อคนดังๆมาแครมว่าเป็นสูตรดารา สูตรนางเอก สูตรนางฟ้า สูตรเทพประทาน มากมายหลากหลาย แล้วแต่จะหยิบยกมาชวนเชื่อ ทำให้คนอ้วนอย่างเราๆเพ้อถึงผลลัพธ์ที่จะได้เมื่อทำตามสูตร

หลักการของสูตร 3 วัน 7 วัน

สูตรเร่งรัดเหล่านี้ความจริงไม่ใช่ของใหม่แต่อย่างใด แต่เป็นสูตรที่ได้ยินและคุ้นเคยกันมานาน แต่จะมีการปรับและเปลี่ยนแปลงสูตรไปเล็กน้อยให้เหมาะสมกับกลุ่มและช่วงเวลา จากการค้นและเปรียบเทียบหลายๆสูตรประกอบกัน สูตรลดน้ำหนักแบบเร่งด่วนเหล่านี้ จะมีหลักการและพื้นฐานคล้ายๆกัน

โดยสูตรทุกสูตรจะเป็นการให้ตารางอาหารแต่ละวัน 3 มื้อ คือ เช้า เที่ยง และเย็น ให้ทานอาหารตามชนิดและปริมาณตามที่จัดให้ บางสูตรให้ทำเป็นรอบ รอบละ 3 วัน ทำซ้ำ 2 รอบและหยุด 1 วัน หรือ บางสูตรให้ทำเจ็ดวัน ติดต่อกัน 2 สัปดาห์ หยุด 1 วัน ลดความอ้วน pantip โดยถ้าหยุด หรือ หลุดโปรแกรมให้เริ่มใหม่

ตัวอย่างตารางอาหารสูตร 7 วัน

วันที่ 1

เช้า น้ำผลไม้คั้น หรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย
กลางวัน ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น สลัดผัก
วันที่ 2

เช้า น้ำผลไม้คั้น หรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย
กลางวัน ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น สลัดผัก
วันที่ 3

เช้า กาแฟไม่ใส่น้ำตาล หรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย
กลางวัน เกาเหลาลูกชั้น 1 ชาม(หมู, เนื้อ)
เย็น สลัดผัก
วันที่ 4

เช้า น้ำผลไม้คั้น หรือกาแฟดำและขนมปัง 1 แผ่น
กลางวัน สลัดผัก และไก่ยาง 1 ชิ้น
เย็น โยเกิร์ต 1 ถ้วย
วันที่ 5

เช้า น้ำผลไม้คั้น หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1
กลางวัน ส้มตำ และไก่ย่าง 1 ชิ้น
เย็น สลัดผัก
วันที่ 6

เช้า น้ำผลไม้คั้น หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วย
กลางวัน ปลานึ่ง หรือ ปลาเผา ไม่จำกัด
เย็น สลัดผัก
วันที่ 7

เช้า ข้าว 1 ทัพพี และเนื้อ 1 ชิ้น หรือไข่ต้ม 1ฟอง
กลางวัน เกาเหลาลูกชั้น 1 ชาม (หมู, เนื้อ)
เย็น สับปะรด 1 ชิ้น
สูตร 3 วัน 7 วัน ทำแล้วได้ผลไหม

แน่นอนเมื่อดูจากทุกๆ comment ทุกๆคนที่ทดลองทำตามสูตร ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สูตรเร่งด่วน 3 วัน 7 วันนั้น สามารถลดน้ำหนักได้จริงโดยไม่ต้องสงสัย และสามารถลดได้ในปริมาณมากภายในระยะเวลาอันสั้น ลดความอ้วน pantip.

 

Posted on August 25, 2016 at 11:53 by admin · Permalink · Comments Closed
In: ลดความอ้วน pantip

ลดรอยแดง วิธีรักษารอยแดงจากสิว

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

ลดรอยแดง วิธีรักษารอยแดงจากสิว มีหลายวิธีรวมอยู่นี่แล้ว เชิญมาอ่านกันเลย

สิวที่เกิดขึ้นบนผิวหน้าของเรานั้นมีหลายชนิด และวิธีการรักษาก็มีหลากหลาย
แต่เมื่อสิวได้หายแล้ว กลับทิ้งรอยแดงเอาไว้ให้เราดูต่างหน้า ซึ่งกว่าจะหายก็ต้องใช้เวลารักษาสักระยะหนึ่งเลย
แต่คนเราจะต้องใช้ชีวิตออกไปพบเจอกับผู้คนมากมาย ทำให้เราอาจมีความรู้สึกขาดความมั่นใจได้ กลัวว่าคนอื่นจะมองเห็นรอยแดงจากสิว
ต้องทารองพื้นหนาๆ หรือเอาเส้นผมปิดบังไว้ คิดดูแล้วก็คงจะลำบากน่าดู วิธีรักษารอยแดงจากสิวจึงเป็นสิ่งที่คุณต้องการอย่างปฏิเสธไม่ได้
เพราะเป็นทางเลือกในการขจัดปัญหารอยแดงจากสิวให้กับตัวคุณนั่นเองค่ะ ลดรอยแดง.

ลดรอยแดง

 

ลดรอยแดง รอยแดงจากสิวนั้นก็เกิดมาจากสิวที่ทิ้งร่องรอยเอาไว้ บางครั้งคุณอาจจะไปแคะ แกะ
เกา หรือบีบสิว จนทำให้เกิดรอยสิวตามมาได้
โดยเฉพาะสิวอักเสบนั้นมักจะทิ้งรอยแดงจากสิวเอาไว้บ่อยๆ
ก็เพราะหลอดเลือดบริเวณผิวหนังเกิดการขยายตัวหลังจากการอักเสบ
ซึ่งเป็นกระบวนการซ่อมแซมตัวเองของผิว กว่าจะหายก็ใช้เวลาหลายสัปดาห์
แต่ปัจจุบันมีทางเลือกและวิธีรักษารอยแดงจากสิวให้เราได้เลือกใช้กันมากขึ้น
ทั้งผลิตภัณฑ์สมัยใหม่ และภูมิปัญญาโบราณ เรามาดูกันดีกว่าค่ะ
เผื่อว่าจะถูกใจและได้นำไปใช้ประโยชน์กันจริงๆ
รอยแดงจากสิว

วิธีรักษารอยแดงจากสิว

หอมแดงช่วยลดรอยแดงจากสิว
พืชผักในครัวที่เราใช้ปรุงอาหารกันบ่อยๆ อย่างหอมแดง
เราก็สามารถเอามาใช้แก้ปัญหารอยแดงจากสิวได้นะ ง่ายๆ เลยแค่เอาหอมแดงมา 1
หัว แล้วฝานเป็นแผ่น นำมาทาบริเวณที่มีปัญหารอยแดงจากสิวได้เลย
อาจจะรู้สึกแสบนิดหน่อย ทาทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมงจึงล้างออก
ทำเป็นประจำจะช่วยให้รอยแดงจากสิวค่อยๆ จางลง
ที่สำคัญวิธีนี้สามารถช่วยขจัดรอยแดงจากสิวที่เป็นมานานได้อีกด้วย
แต่ถ้าใครที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย หากใช้แล้วมีอาการแพ้ มีผื่นขึ้น ให้หยุดใช้
และรีบล้างออกทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผื่นแพ้ลุกลามนั่นเองค่ะ

 

ขจัดรอยแดงจากสิวด้วยน้ำผึ้ง
อีกหนึ่งคุณค่าที่เราได้จากวัตถุดิบจากธรรมชาติ ก็คือน้ำผึ้งนั่นเอง
เพราะในน้ำผึ้งมีสารต้านแบคทีเรีย ช่วยบำรุงรักษาผิวหนังบริเวณที่เกิดสิว
และบรรเทาอาการอักเสบของสิวได้อีกด้วย
โดยให้เอาน้ำผึ้งทาบริเวณรอยสิวที่มีปัญหาทิ้งไว้สักพักใหญ่ๆ แล้วล้างออก
ทำเป็นประจำจะช่วยให้รอยแดงจากสิวจางลง ผิวจะเนียนนุ่มชุ่มชื้นอีกด้วย

 

ใช้น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล
นี่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการขจัดรอยแดงจากสิว
โดยเราจะใช้น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล ลดรอยแดง ผสมกับน้ำสะอาดให้เจือจางลงสักหน่อย
มาแต้มลงไปบริเวณรอยสิว
ทำอย่างต่อเนื่องไปสักระยะรอยแดงจากสิวและรอยแผลเป็นจะค่อยๆ จางลง
เพราะน้ำส้มสายชูหมักจะช่วยสร้างสมดุลค่า PH ให้กับผิวนั่นเอง

 

ใช้ Smooth E Cream
ผลิตภัณฑ์อีกหนึ่งอย่างที่หลายคนรู้จัก ก็คงจะมี Smooth E Cream
อยู่เป็นหนึ่งในนั้นแน่นอน เพราะขึ้นชื่อเรื่องการรักษารอยแผลเป็นจากสิว
ช่วยลดรอยดำรอยแดงจากสิวได้ดี ด้วยคุณประโยชน์จากวิตามิน E
ที่เป็นส่วนผสมหลัก ทำให้ช่วยผลัดเซลล์ผิวใหม่ได้ดี
รอยแดงจากสิวที่มีอยู่จึงจางลงอย่างเห็นได้ชัด

 

Hiruscar Postacne
อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดรอยแดงจากสิวได้ดี
ซึ่งได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมเป็นวงกว้างก็คือ Hiruscar Postacne
โดยให้ทาทุกวันเช้า – เย็น
ก็จะช่วยขจัดรอยแดงจากสิวให้จางลงและหายไปภายในเวลาไม่กี่วัน
ซึ่งตัวผลิตภัณฑ์จะเข้าไปซ่อมแซมผิวหนังบริเวณที่เป็นรอยสิว
และช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ได้ไว
ในบางคนยังช่วยลดการเกิดสิวใหม่ได้อีกด้วยนะ

 

รักษาด้วยเลเซอร์
คลีนิคหรือสถานพยาบาลเสริมความงามบางแห่ง จะมีบริการขจัดจุดด่างดำ
รอยสิวต่างๆ ด้วยเลเซอร์ ซึ่งก็ได้รับความนิยมในระดับหนึ่ง
ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายที่สูงนิดนึง แต่ช่วยประหยัดเวลาในการรักษา ไม่ทำให้เกิดแผล
สามารถทำการรักษาได้ทั้งรอยแดงจากสิวที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ หรือรอยที่มีมานานแล้ว
ซึ่งขั้นตอน วิธีการ และระยะเวลา ก็ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ  ลดรอยแดง.

Posted on August 22, 2016 at 22:45 by admin · Permalink · Comments Closed
In: ลดรอยแดง

กำจัดสิว วิธีกำจัดสิวน้ำข้าว(สิวข้าวสาร)

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

กำจัดสิว    วิธีกำจัดสิวน้ำข้าว(สิวข้าวสาร)

ที่น่ารำคาญออกจากใบหน้า

สิวน้ำข้าว
เคยดูกระจกแล้วสังเกตใบหน้าตัวเอง โดยเฉพาะใต้ตากันบ้างไหมคะว่า…มีตุ่มเล็กๆ
สีขาวๆ หรือสีเหลืองขึ้นบริเวณรอบดวงตาบ้างหรือไม่ และตุ่มเหล่านั้นจะโตขึ้นเรื่อยๆ
แต่ไม่ได้มีอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด มองเผินๆอาจจะคล้ายสิวอุดตันหัวขาวธรรมดา
แต่ถ้าไม่มีทีท่า หรือวี่แวกำจัดสิว   .

กำจัดสิว

 

กำจัดสิว ​สิวน้ำข้าว หรือ สิวข้าวสารคืออะไร?วว่าจะหลุดออกมาสักที เป็นไปได้ว่าคุณกำลังเป็น “สิวน้ำข้าว
หรือ สิวข้าวสาร” อยู่ค่ะ

สิวน้ำข้าว สิวข้าวสาร หรือที่เรียกอีกอย่างว่า “สิวหิน”
เป็นสิวที่มีลักษณะเป็นสิวหัวปิด หัวสิวจะมีสีขาวหรือเหลืองอ่อน
ทางการแพทย์จะเรียกสิวน้ำข้าวว่าเป็น “เนื้องอกของต่อมเหงื่อ”
แต่ก็ไม่ได้เป็นเนื้อร้ายเหมือนมะเร็ง หรือมีอันตรายแต่อย่างใด
เพียงแต่อาจจะทำให้เกิดความรำคาญ และไม่สวยงามเท่านั้น
สิวน้ำข้าวมักขึ้นบริเวณใต้ตา เปลือกตา…จะเป็นตุ่มขนาดเล็กหลายตุ่ม เป็นไตแข็งๆ
บีบออกยาก แต่ครั้นจะรอให้หายเองก็ไม่มีวี่แววว่าจะหายซักที
ใช้ยาทาสิวก็ไม่มีผลใดๆต่อผิวบริเวณนั้น สิวน้ำข้าวจึงเป็นสิวที่รักษายาก
และไม่หายขาด จะจัดการรักษาด้วยตัวเองก็ยากกว่าที่คิด
เพราะสิวหินนี้จะเป็นสิวที่ฝังอยู่ใต้ผิวหนังเป็นเวลานาน 5-10 ปี เลยทีเดียว
และอยู่ลึกลงไปในชั้นหนังแท้อีกด้วย
โดยส่วนใหญ่แล้วสิวหินสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย
ไม่ว่าจะเป็นผิวหนังติดเชื้อแบคทีเรีย การสะสมของเซลล์ผิวเก่าที่ไม่หลุดลอกออกไป
และต่อมไขมันใต้ผิวหนังที่ผลิตไขมันออกมามากเกินปกติ
รวมถึงการล้างหน้าไม่สะอาด จนทำให้เกิดการอุดตันและฝังอยู่ใต้ผิวหนังเป็นเวลานาน
ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดสิวน้ำข้าวทั้งสิ้น
ในบางรายสิวน้ำข้าวอาจมีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์

รักษาสิวน้ำข้าวด้วยคาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์

อย่างที่บอกว่าสิวน้ำข้าวนั้นรักษายาก และไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้
แต่ก็มีวิธีการทางการแพทย์ที่จะช่วยให้อาการของสิวนั้นดีขึ้นได้
แต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้นอีกเช่นกัน
ซึ่งวิธีที่เราจะนำมาแนะนำในวันนี้ก็คือ
การรักษาสิวน้ำข้าวด้วยการใช้คาร์บอนไดออกด์ใซด์ในการรักษานั่นเองค่ะ
เนื่องจากเป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบัน อีกทั้งยังมีผลข้างเคียงน้อย
และราคาไม่สูงมากด้วย

Co2 LASER รักษาสิวน้ำข้าวได้อย่างไร?

คาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์(Co2 LASER) เป็นเลเซอร์ชนิดก๊าซ ประกอบด้วยก๊าซ
carbon dioxide, nitrogen Helium ประกอบกันในอัตราส่วนประมาณ 1:1:10
เพื่อช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพของเลเซอร์
เป็นเลเซอร์ที่ใช้ในการรักษาเนื้องอกผิวหนังโดยเฉพาะ ใช้สำหรับกำจัดไฝ ขี้แมลงวัน
กระเนื้อ ติ่งเนื้อ หูด รวมถึงสิวน้ำข้าว…CO2 Laser
มีความละเอียดในการทำงานสูงมาก
จึงสามารถเลือกตัดเฉพาะเนื้อเยื่อที่ต้องการโดยไม่สร้างความเสียหายให้กับเนื้อเยื่ออื่น
ๆโดยรอบ
ต่างจากการผ่าตัดด้วยมีดซึ่งจะมีเลือดออกและสร้างความเสียหายแก่เนื้อเยื่อรอบข้างเ
ป็นจำนวนมาก แผลที่เกิดจากการรักษาด้วยคาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์
จะมีปากแผลที่เรียบและเล็กมาก กำจัดสิว ส่วนใหญ่แล้วจะไม่เกิดแผลเป็น
โดยปกติจะทำเพียงครั้งเดียวก็หาย แต่หากเป็นกรณีที่สิวน้ำข้าวฝังอยู่ในชั้นผิวที่ลึกมาก
อาจทำการรักษามากกว่า 1 ครั้ง
เพราะถ้าเลเซอร์ออกในครั้งเดียวอาจทำให้เกิดแผลเป็นได้
หลังทำการรักษาไม่ควรให้แผลสัมผัสกับน้ำเป็นเวลา 24 ชั่วโมงหลังเลเซอร์
และต้องทาขี้ผึ้งหรือย่าฆ่าเชื้อที่แพทย์ให้มาจนครบ 7 วัน จนสะเก็ดแผลหลุดออก
เห็นเป็นผิวสีชมพู ก็จะหายเป็นปกติ

วิธีป้องกันไม่ให้สิวน้ำข้าวกลับมาเป็นซ้ำอีก

สาเหตุหลักประการหนึ่งของการเกิดสิวน้ำข้าวเกิดจากการใช้เครื่องสำอางที่ไม่ได้คุณภา
พและการตกค้างของเครื่องสำอางที่ใช้เป็นประจำ
หลังการแต่งหน้าไม่ใช้คลีนซิ่งเช็ดหน้า หรือล้างหน้าไม่สะอาด
รวมไปถึงการตากแดดเป็นระยะเวลานาน
จนผิวหนาและผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวได้ยากขึ้น
ดังนั้นวิธีการการป้องกันรวมทั้งกำจัดไม่ให้สิวเม็ดข้าวสารกลับมาเกิดซ้ำควรทำดังนี้

- ลดการแต่งหน้าและการใช้เครื่องสำอางให้น้อยลง
เนื่องจากการแต่งหน้าเยอะเกินไป อาจเป็นสาเหตุการอุดตันของรูขุมขนได้
แต่หากเลิกแต่งหน้าไม่ได้จริงๆ
ก็ลองหันมาเลือกใช้บีบีหรือซีซีครีมครีมบางเบาแทนรองพื้น
แล้วตามด้วยแป้งฝุ่นที่มีความบางเบาเพื่อช่วยลดการอุดตัน
- ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด ทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน
แม้ว่าจะอยู่แต่ในบ้านหรือภายในตัวอาคารก็ตาม และควรเลือกครีมกันแดดชนิดฟิสิคัล
ซึ่งจะประกอบไปด้วยสาร Titanium dioxide หรือ Zinc oxide เป็นสารกันแดด
เพราะครีมกันแดดชนิดฟิสิคัล ปลอดภัยต่อผิวมากกวาครีมกันแดดชนิดเคมีคัล
- ใช้ครีมบำรุงรอบดวงตาที่เป็น Oil Free ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน
และสารที่ทำให้เกิดการระคายเคืองผิวรอบดวงตาเพื่อช่วยลดจำนวนสิว
- ครีมกันแดดและเครื่องสำอางที่ไม่มีส่วนประกอบของน้ำหอม (Fragrance)
หรือสารระคายเคืองผิว และแอลกอฮล์ เพื่อช่วยลดการเกิดสิวและการอุดตัน
การกำจัดสิวน้ำข้าวนั้น ทำได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น
เพราะไม่นานสิวก็จะกลับมาขึ้นใหม่อีก ทางที่ดีเราควรป้องกันรักษาในระยะยาว
ไม่ให้เกิดสิวเม็ดน้ำข้าวขึ้นอีก ควรหมั่นดูแลความสะอาดบนใบหน้า ปลอกหมอน
และผ้าเช็ดตัว ไม่ให้ผิวมันและมีสิ่งตกค้าง ตลอดจนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ
ที่เหมาะกับสภาพผิว และรบกวนผิวให้น้อยที่สุด
และดูแลผิวตามคำแนะนำด้านบนกันนะคะ กำจัดสิว.

 

Posted on August 19, 2016 at 22:12 by admin · Permalink · Comments Closed
In: กำจัดสิว

สูตรพอกหน้าจากธรรมชาติ สูตรพอกหน้าเนียนใสไร้สิว…ด้วยโยเกิร์ต

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

สูตรพอกหน้าจากธรรมชาติ สูตรพอกหน้าเนียนใสไร้สิว…ด้วยโยเกิร์ต
เรื่องสิวเป็นเรื่องธรรมชาติ (ลงโทษ) – -”

ใครๆ ก็บอกว่าเรื่องสิวเป็นเรื่องธรรมชาติ (ธรรมชาติลงโทษหรือเปล่าไม่รู้) แต่ความคิดของทิชชี่ การมีสิว แปลว่าเรายังสาว เพราะฉะนั้นปล่อยให้มันมี ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติเถอะค่ะ สูตรพอกหน้าจากธรรมชาติ.

สูตรพอกหน้าจากธรรมชาติ

สูตรพอกหน้าจากธรรมชาติ เชื่อได้ว่า 90% ของการเกิดมาเป็นคน ทุกคนล้วนต้องผ่านการมีเม็ดสิวขึ้นมาเจียดบนใบหน้ากันทั้งนั้น จะขึ้นมากขึ้นน้อยก็แล้วแต่ความโส ความใสของแต่ละคน ทิชชี่เป็นอีกหนึ่ง ที่มีเม็ดสิวมาเยือนอยู่บนใบหน้าที่งดงามนี้

ทิชชี่มีประสบการณ์อันเลวร้ายเกี่ยวกับเม็ดสิวมาเล่าให้ฟัง เคยไหมค่ะ ที่คุณดูโฆษณา บีบสิวอยู่ที่หน้ากระจก และเม็ดสิวกระเด็น เลือกสาดกระจายเต็มหน้ากระจก ครั้งแรกที่ทิชชี่ดูโฆษณานี้ ทิชชี่คิดอยู่ในใจว่าเวอร์มากๆๆๆๆ แต่เมื่อทิชชี่เริ่มมีสิว และมีการกำจัดมันออกจากใบหน้าด้วยวิธีการบีบ มันเหมือนโฆษณานั้นมากๆ ค่ะ หนองแตกกระจายติดเต็มหน้ากระจก สยิวกิ้วมากเลยอ่ะ T_T

เอาเป็นว่า ถ้าหลีกเลี่ยงได้ อย่าบีบมันเลยดีกว่าค่ะ ปล่อยให้มันแตก แห้งไปตามธรรมชาติดีที่สุด เพราะเมื่อบีบ ปัญหาที่ตามมาติดๆ คือ รอยดำ รอยแดงขึ้นเต็มใบหน้า ซ้ำถ้าทิ้งไว้ไม่รีบรักษารอย อาจเป็นแผลเป็นติดตัวไปตลอดชีวิต ไม่มีหนังหน้าสวยๆ ไว้เดินเฉิดฉายแล้วจะหาว่าทิชชี่ไม่เตือนไม่ได้นะค่ะ
หลายๆ คนอยากหน้าสวยใส จึงหันพึ่งสถานเสริมความงามต่างๆ ซึ่งข้อดีก็มีอยู่ แต่ข้อเสียที่เห็นได้ชัดคือเงินในกระเป๋าของคุณๆ ลดฮวบฮาบนั่นแหละค่ะ ทางออกที่ดีที่สุดในการรักษาหนังหน้าให้สวยใสอยู่คู่คุณไปตลอด คือการบำรุงหน้าค่ะ ซึ่งทำได้ง่ายๆ โดยหยิบของใกล้ตัวในตู้เย็น อย่างโยเกิร์ต มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดค่ะ

นอกจากโยเกิร์ตจะมีประโยชน์สำหรับสุขภาพร่างกายแล้ว รู้ไหมว่าโยเกิร์ตยังมีประโยชน์สำหรับสุขภาพผิวหน้าของเราอีกด้วย ในโยเกิร์ตมีของดีอยู่เยอะ ไหนจะแลคโตบาซิลลัสที่ช่วยขจัดแบคทีเรีย มี AHA จาก Lactic Acid ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวด้วย

การพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตจะช่วยชำระล้างเอาสิ่งสกปรก มลพิษออกจากรูขุมขนของผิวเรา สูตรพอกหน้าจากธรรมชาติ ลดความมัน กระชับรูขุมขน และี่ในระหว่างที่เราพอกหน้า สารอาหารและวิตามินที่มีประโยชน์จะซึมซับลงสู่ผิวหน้าของเรา เพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวหน้าสดชื่น นุ่มนวล อ่อนเยาว์ หน้าใสเป็นธรรมชาติ ยิ่งใครมีปัญหาสิวตุ่มเล็กๆ หรือสิวผด ก็ช่วยได้มาก ทำสัปดาห์ละครั้ง หรือถ้าไม่ขี้เกียจ ทำทุกวันได้ก็จะยิ่งดีนะค่ะ

 

วิธีการพอกหน้าด้วยโยเกิร์ต

- เตรียมโยเกิร์ตรสธรรมชาติ แช่ในตู้เย็นให้เย็นฉ่ำ
- เตรียมใบหน้าของคุณให้พร้อมด้วยเช่นกัน ก่อนพอกหน้า ล้างหน้า ลบเครื่องสำอางให้สะอาด
- นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติที่แช่เย็นเตรียมไว้ นำออกมาพอกให้ทั่วใบหน้า จะใช้โยเกิร์ตเปล่าๆ พอกเลยก็ได้ หรือจะนำโยเกิร์ต ผสมมะนาว+น้ำผึ้ง พอกหน้าก็ได้ พอกทั่วหน้าเว้นบริเวณรอบดวงตา
- นอนหลับตา ผ่อนคลายตามสบาย ทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาที ให้ส่วนผสมแห้ง ระหว่างรอให้แห้ง อย่ายิ้มหรือหัวเราะเป็นอันขาด มิเช่นนั้นจะได้ริ้วรอยลึกมาเป็นของแถมด้วยไม่รู้นะ
- ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ตบท้ายด้วยน้ำเย็นกระชับรูขุมขนกันอีกครั้ง เมื่อล้างออกแล้ว จะรู้สึกได้ถึงความเนียนนุ่มของผิวหน้า (อันนี้พูดจริงๆ ไม่ได้โม้ ทิชชี่คอมเฟิร์ม!!)
- บำรุงผิวตามปกติ

 

สูตรพอกหน้าผัก ผลไม้สีแดงต้านสิว
IE342 087

สูตรพอกหน้าที่ได้จากธรรมชาติมักเป็นที่นิยมของหนุ่มๆสาวๆ เพราะนอกจากไม่มีอาการแพ้ที่ใบหน้าแล้ว สูตรพอกหน้าจากธรรมชาติยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าของคุณๆ ได้อีกด้วย
สูตรพอกหน้าจากธรรมชาติส่วนมากนั้นจะช่วยให้คุณมีใบหน้าที่ขาวใส และไร้ริ้วรอย แต่สำหรับวันนี้เรามีสูตรพอกหน้าจากธรรมชาติที่ช่วยในเรื่องของสิวบนใบหน้าที่กวนใจคุณมาฝากกันครับ
ที่แนะนำเป็นสูตรพอกหน้าจากผัก ผลไม้สีแดง เพราะผลไม้สีแดงมีคุณสมบัติช่วยลดความมัน ขจัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพไม่ให้อุดตันก่อสิว ลดรอยสิวให้ดูจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมทั้งบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื้น สูตรพอกหน้าจากธรรมชาติ.

Posted on August 18, 2016 at 22:45 by admin · Permalink · Comments Closed
In: สูตรพอกหน้าจากธรรมชาติ

โบท็อกหน้าเรียว ฉีดโบหน้าเรียว นอกจากนี้มีการนำโบทูลินัม ท็อกซิน

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

โบท็อกหน้าเรียว ยังบอกอีกว่า นอกจากนี้มีการนำโบทูลินัม ท็อกซิน ไปฉีดเพื่อลดน่อง ลดแขน ลดสะโพก ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ทำให้ต้องใช้ปริมาณสารจำนวนมาก ถือว่

ถึงแม้ว่าโบท็อกซ์จะเป็นวิธีการรักษาที่ทำได้ง่าย ไม่ต้องผ่าตัด สามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยและร่องลึกได้ภายในระยะเวลาที่รวดเร็ว แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงทุกคร โบท็อกหน้าเรียว.

โบท็อกหน้าเรียว

วิธีทำให้หน้าเรียว อย่างปลอดภัยด้วยวิธีการต่าง ๆ โบท็อกหน้าเรียว สารพัดวิธีที่รวบรวมมาให้ท่านผู้อ่านพิจารณา พร้อมทั้งคำแนะนำทั้งข้อดีและข้อเสียของแต่ละวิธี ว่าวิธีไหนเหมาะกับคุณและวิธีไหนไม่เหมาะกับคุณ

ปัญหาหน้าใหญ่ หน้าบาน กรามใหญ่ คงเป็นปัญหาสำหรับหนุ่ม ๆและสาว ๆหลายคน โดยเฉพาะสาว ๆ ที่มีปัญหาเหล่านี้ก็มักจะขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่ว่าปัญหานี้จะเป็นมาตั้งแต่เด็กหรือเพิ่งมาเป็นในช่วงตอนเป็นหนุ่มเป็นสาว ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้อย่างแน่นอน ขอแค่คุณเลือกให้ถูกวิธี เพราะปัญหาหน้าใหญ่ หน้าบานนั้นมันมีอยู่ด้วยกันหลายกรณี ซึ่งแน่นอนว่าการรักษานั้นก็ต้องแตกต่างกันออกไปอย่างแน่นอน

เช่น หน้าบวมหรือมีอาการบวมน้ำซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหาร หรือแก้มบวมเพราะมีไขมันสะสมมาก หรือกรามใหญ่เพราะกล้ามเนื้อเพราะเกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อส่วนนี้มาอย่างยาวนาน เช่น การเคี้ยวอาหารที่เคี้ยวยาก ๆ เช่น เนื้อสัตว์ปลาหมึก หมากฝรั่ง เป็น หรือเป็นคนกระดูกขากรรไกรใหญ่มาตั้งแต่เด็ก ทีนี้เรามาดูวิธีทําให้หน้าเรียวกันดีกว่า

วิธีทำให้หน้าเรียว
โบท็อกหน้าเรียวการฉีดโบท็อกซ์ (Botox) หรือสาร Botulinum Toxin ลดกรามปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก ก็เป็นอักวิธีที่ค่อนข้างได้ผลดีอย่างมากและปลอดภัย แต่มีข้อเสียคือหลังจากฉีดแล้วฤทธิ์ของยาจะอยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือนซึ่งขึ้นอยู่กับการดูแลของแต่ละบุคคลด้วย และมีค่าใช้จ่ายที่ค่อยข้างแพงตั้งแต่ 3,000 – 40,000 บาท ทั้งนี้ราคาจะอยู่กับคุณภาพของตัวยาที่ใช้ฉีด ประสบการณ์ของแพทย์ และสถานที่เป็นหลัก เมื่อฉีดไปแล้วประมาณ 2-3 อาทิตย์ก็จะค่อย ๆเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น ลองถ่ายรูปก่อนและหลังฉีดของคุณไว้เป็นตัวอย่างก็ได้แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะฉีดโบท๊อกซ์แล้วหน้าเรียวเสมอไป เพราะวิธีนี้จะได้ผลกับผู้ที่มีกรามใหญ่เพราะกล้ามเนื้อเท่านั้น เมื่อคุณลองกัดฟันแล้วลองจับบริเวณกรามของคุณก็จะรู้ว่าคุณมีกล้ามเนื้อกรามหรือไม่ และมัดใหญ่แค่ไหน คุณเคยสังเกตหรือไม่ตอนเด็ก ๆ หน้าเรียวทำไมโตขึ้น ๆกรามถึงใหญ่ หน้าก็เหลี่ยม เนี่ยแหละที่เค้าเรียกว่ากรามใหญ่เพราะกล้ามเนื้อ สาเหตุหลัก ๆก็มาจากการใช้กล้ามเนื้อบริเวณกรามมากเกินไปเช่น เคี้ยวหมากฝรั่ง เคี้ยวอาหารอย่างปลาหมึกหรือเนื้อเป็นประจำ หรือมักนอนกัดฟัน สบฟันไม่สนิท เหล่านี้ก็คือเป็นสาเหตุทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนี้ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนคุณไม่ทันรู้ตัวนั่นเองสำหรับหลักการทำงานของการฉีดสาร Botox นั้นก็คือ เมื่อฉีดเข้าไปแล้วสารนี้จะไปทำให้กล้ามเนื้อที่เป็นมัด ๆของคุณคลายตัวลง ยกตัวอย่างง่าย ๆ เหมือนนักกีฬาเพาะกล้ามที่กล้ามใหญ่ ๆ พอไม่ได้ออกกำลังกายนาน ๆ กล้ามเนื้อก็จะรีบแบนไปเองนั่นเอง แต่ถ้าคุณหน้าไม่เรียวเพราะไขมันหรือกรามใหญ่เพราะกระดูกวิธีนี้ก็ใช้ไม่ได้ผล ต้องรักษาด้วยวิธีอื่น
ร้อยไหมปรับหน้าเรียว ช่วยยกกระชับหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยเป็นหลัก ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยทำให้หน้าของคุณเรียวเล็กขึ้นมาได้แต่ไม่มากเท่า Botox ซึ่งจะช่วยทำให้ผิวหน้าที่หย่อนคล้อยค่อย ๆกระชับยิ่งขึ้น ไม่จำเป็นต้อใช้เวลาพักฟื้นหรือใช้เวลาพักฟื้นน้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์ด้วยส่วนราคาก็จะอยู่ที่หลักหมื่นขึ้นไป
ผ่าตัดกรามหรือเหลากราม เพื่อปรับรูปหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีกรามใหญ่หรือมีกระดูกขากรรไกรใหญ่มาแต่กำเนิด ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้ใบหน้าของคุณเปลี่ยนเป็นรูปทรงได้ในแบบที่คุณต้องการ ซึ่งจะทำให้หน้าดูแคบและเรียวขึ้น ซึ่งการผ่าตัดนั้นก็มีอยู่ด้วย 2 วิธีนั้นก็คือ การผ่าตัดจากภายนอกช่องปากและภายในช่องปาก โดยการตัดแต่งกรามนี้ไม่ใช่การเลื่อนกรามและเราไม่จำเป็นต้องจัดฟันร่วมแต่อย่างใด และมีวิธีการทำง่ายไม่ซับซ้อน ใช้เวลาพักฟื้นไม่นานนักแต่วิธีนี้คุณต้องแน่ใจจริง ๆว่ากรามคุณใหญ่เพราะกระดูกขากรรไกรจริง ๆ ไม่ใช่ใหญ่เพราะกล้ามเนื้อ เพราะถ้าใหญ่จากกล้ามเนื้อแนะนำให้ฉีด Botox จะดีกว่า ถ้าคุณไม่แน่ใจก็ควรไปพบแพทย์เพื่อประเมินว่ากรามคุณใหญ่เพราะอะไร และควรใช้วิธีไหนในการรักษาจะดีที่สุด สำหรับราคาก็อยู่ที่ประมาณ 4-8 หมื่นบาท
ศัลยกรรมปรับแต่งกระดูก แก้ปัญหาโหนกแก้มสูงใหญ่ ปัญหาหน้าบานหรือหน้าตอบ แต่มันก็มีข้อเสียคือถ้าหากปรับแต่งไปแล้วเราเกิดไม่ชอบจะกลับไปเปลี่ยนแปลงให้เป็นแบบเดิมมันก็คงไม่ได้ ต้องเลือกหมอศัลยกรรมที่เก่งและเข้าใจสรีระโครงสร้างของใบหน้าคุณเป็นอย่างดีโบท็อกหน้าเรียว.

Posted on August 18, 2016 at 13:42 by admin · Permalink · Comments Closed
In: ฉีดโบหน้าเรียว

รีวิวครีมหน้าใส วิธีทำให้หน้าใส แบบสาวเกาหลี

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

รีวิวครีมหน้าใส วิธีทำให้หน้าใส แบบสาวเกาหลี

วิธีทำให้หน้าใส เหมือนสาวเกาหลี ที่ดูยังไงก็น่ารักสดใส วันนี้เรามีเคล็กบลับดีๆ ในการดูแลผิวหน้าของคุณให้ขาวและสวยเหมือนสาวเกาหลีมาฝากกันค่ะ ซึ่งวิธีทำให้หน้าใสนั้นไม่ยากสำหรับหนุ่มสาวอย่างเราลองใช่ไหมล่ะค่ะ ถ้าใครอยากมีหน้าใสงั้นมาดูวิธีทำให้หน้าใส กันดีกว่าค่ะ  รีวิวครีมหน้าใส.

รีวิวครีมหน้าใส

 

รีวิวครีมหน้าใส 1. วิธีทำให้หน้าใส คือ เลือกผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งซึ่งในท้องตลาดก็มีให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ ซึ่งเราพอจะแบ่งเป็นกลุ่มๆได้ดังนี้

แบบสารฟอกสี ( Bleash Agents )

แบบนี้ค่อนข้างอันตราย ย้ำว่าสารฟอกสีนั้นอันตรายต่อผิวหนังเรามาก ซึ่งต้องใช้โดยอยู่ในการควบคุมของแพทย์เท่านั้น และถ้าจะให้ดีเลี่ยงไม่ควรใช้สารเหล่านี้กับใบหน้าของคุณเลยจะดีที่สุดค่ะ งั้นเราลองไปดู
แบบอื่นกันบ้าง

แบบเคลือกปกปิด (Covering Agents)

แบบนี้จะมีสารไททาเนียม ไดออกไซด์ ( Titanium Dioxide) เป็นสารหลัก ซึ่งจะมีคุณสมบัติในการเคลือบผิวเฉพาะกิจ พอล้างออกสารนั้นก็จะถูกชำระล้างออกไป เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ต้องการความสวยแบบเร่งด่วน

แบบสารที่ทำให้ผิวขาว (Whitenning Agents)

สำหรับสารในกลุ่มนี้ เหมาะกับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของผิวขาวกระจ่างใส เพราะผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้จะทำให้ผิวของเรากระจ่างใส อย่างเป็นธรรมชาติ ที่สำคัญควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพในการยับยั้งกระบวนการเกิดปัญหาเม็ดสี ทั้ง 3 ประการ คือ ลดการกระตุ้นการสร้างเม็ดสี, ลดการสังเคราะห์เม็ดสี, ลดการขนถ่ายเม็ดสี ที่เป็นสาเหตุของการเกิดปัญหาผิวหมองคล้ำและจุดด่างดำต่าง ๆ ก็จะยิ่งได้ผลดีแต่ที่ต้องระวังและควรหลีกเลี่ยงคือสารในกลุ่มไฮโดรควิโนน เนื่องจากสารกลุ่มนี้จะทำให้เกิดปัญหาในระยะยาวตามมาแน่นอน

2. วิธีทำให้หน้าใส โดยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง เพราะในช่วงเวลาพักผ่อนเป็นช่วงที่ร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอต่างๆ โดยเฉพาะชั่วโมงทองระหว่าง 5 ทุ่มถึงตี 4 จะเป็นเวลาของผิวอย่างแท้จริง

3. วิธีทำให้หน้าใส โดยการรับประทานผักผลไม้สดที่หลากหลาย
โดยเฉพาะในกลุ่มที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ เพราะไม่เพียงการได้รับวิตามินที่จำเป็นต่อผิวแล้ว รีวิวครีมหน้าใส ยังช่วยให้ระบบการขับถ่ายเป็นปกติด้วย ยิ่งเป็นผักผลไม้ ที่มีวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี และแคโรทีนอยด์ ยิ่งจะช่วยส่งเสริมการดูแลผิว ปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระได้ดีทีด้วย

4. วิธีทำให้หน้าใส โดยการดื่มน้ำวันละประมาณ 1.5-2 ลิตร
เพื่อเป็นการล้างของเสียจากภายใน เพื่อผิวสวยใสสู่ภายนอก ซึ่งการดื่มน้ำที่ถูกวิธีเราจะต้องจิบเรื่อย ๆ ทั้งวันไม่ใช่ดื่มครั้งละแก้วใหญ่ ๆ และไม่ควรดื่มน้ำเฉพาะเวลาที่รู้สึกกระหายเท่านั้น โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในห้องแอร์ เพราะผิวจะสูญเสียน้ำและความชุ่มชื่นไปโดยไม่รู้ตัว

5. วิธีทำให้หน้าใส โดยหลีกเลี่ยงแสงแดดและใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ
การใช้ครีมกันแดดที่ดี ไม่จำเป็นต้องเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงจนเกินไป เพราะยิ่ง SPF สูง สารเคมีก็ยิ่งเยอะด้วย ค่า SPF ที่แนะนำ ควรจะอยู่ระหว่างSPF15-SPF40 และถ้าเป็นคนที่เหงื่อออกง่าย สารกันแดดเหล่านี้ก็หลุดไปพร้อมกับเหงื่ออยู่แล้ว การทาซ้ำระหว่างวัน น่าจะเป็นวิธีที่ได้ผลมากกว่า และข้อสำคัญที่ห้ามลืมเด็ดขาดคือ ครีมกันแดดที่เลือกใช้ควรมีค่า PA ด้วยทุกครั้ง โดยเฉพาะPA+++ จะยิ่งดีที่สุด เพราะสามารถกันรังสี UVA ได้มากกว่า 8 เท่า แบบนี้ผิวก็จะสวยหน้าใสสู้แดดได้สบายๆ รีวิวครีมหน้าใส.

Posted on August 16, 2016 at 22:24 by admin · Permalink · Comments Closed
In: รีวิวครีมหน้าใส