ปวดบ่า การวินิจฉัยอาการปวด

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

ปวดบ่า การวินิจฉัยอาการปวดไหล่นั้นเริ่มต้นจากการซักประวัติและตรวจร่างกายเพื่อหาสาเหตุของโรค และแยกโรคที่เกิดจากสาหตุที่ไม่ได้อยู่บริเวณข้อไหล่ การเอกซเรย์จะทำในรายที่สงสัยว่ามีภาวะของกระดูกและข้อที่ผิดปกติร่วมด้วยเนื่องจากไม่สามารถเห็นเนื้อเยื่อหรือเส้นเอ็นจากการเอกซเรย์โดยตรงได้ ในบางโรคแพทย์สามารถฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณที่สงสัยว่าเป็นสาเหตุของโรคเพื่อยืนยันการวินิจฉัยได้ และในรายที่ข้อมูลเบื้องต้นไม่เพียงพอ หรือจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดอาจส่งทำ ultrasound, CT หรือ MRI ต่อไป
การรักษา (Treatment)
การรรักษาอาการปวดไหล่ประกอบด้วย การรักษาอาการทั่วไป, การรักษาด้วยกายภาพบำบัด และการผ่าตัด
การรักษาทั่วไป : เมื่อมีอาการปวดไหล่ระยะเฉียบพลัน ควรงดการเคลื่อนไหวของไหล่ข้างที่มีอาการ อาจใช้ผ้าคล้องแขนแนบชิดลำตัว งอข้อศอกประมาณ 90 องศา รับประทานยาแก้ปวดเช่น พาราเซตามอล, ยาลดอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) และยาคลายกล้ามเนื้อ ปวดบ่า.

ปวดบ่า
ปวดบ่า การกายภาพบำบัด : เลือกใช้ความเย็นหรือความร้อนประคบ โดยใช้ความเย็นในกรณีที่มีอาการปวดรุนแรง ปวดเฉียบพลันเพื่อบรรเทาอาการปวด และใช้ความร้อนในกรณีที่อาการปวดไม่รุนแรง หรือมีข้อไหล่ติดเพื่อช่วยในการไหลเวียนของเลือด ร่วมกับการบริหารด้วยการเคลื่อนไหวแบบไม่ใช้แรงในช่วงแรกเพื่อป้องกันข้อไหล่ติด นอกจากนี้อาจให้นักกายภาพบำบัดช่วยได้ เช่น การนวด, การดัดข้อ และการใช้คลื่นเสียงอัลตรา (ultrasound) เป็นต้น
การผ่าตัด : จะใช้ในกรณีที่รักษาด้วยการกายภาพบำบัดแล้วไม่ดีขึ้นเป็นเวลาอย่างน้อย 3-6 เดือน โดยวิธีการผ่าตัดจะขึ้นอยู่กับโรคที่ผู้ป่วยเป็น และแพทย์ผ่าตัด ในปัจจุบันมีทั้งการผ่าตัดส่องกล้อง และการผ่าตัดแบบเปิด
การรักษาเริ่มต้นส่วนใหญ่มักให้
• ยาลดการอักเสบ และยาบรรเทาปวดเพื่อทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายขึ้น
• การทำกายภาพบำบัดเพื่อให้ข้อไหล่สามารถกลับมาใช้งานและเคลื่อนไหวให้ได้เหมือนเดิม การประคบด้วยความร้อน
• การฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะที่
• ถ้าอาการไม่ดีขึ้นอาจต้องตรวจพิเศษด้วยเครื่อง MRI เพื่อดูว่ามีพยาธิสภาพอย่างอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เช่น เส้นเอ็นไหล่มีการฉีกขาด การ ผ่าตัดมักทำในกรณีที่ให้การรักษาด้วยวิธีข้างต้นไม่ดีขึ้นเป็นระยะเวลานาน หลายเดือน การผ่าตัดมักจะใช้วิธีส่องกล้องเข้าไปแล้วตัดสลายพังผืด ถ้าพบว่ามีการฉีกขาดของเส้นเอ็นก็อาจจะผ่าตัดซ่อมแซมร่วมด้วย
• เกิดการฉีกขาดของเส้นเอ็นรอบๆบริเวณข้อไหล่ อันเนื่องมากจากการเสื่อมของกระดูกข้อต่อบริเวณไหล่ ทำให้เกิดการเสียดสีของเส้นเอ็นและกระดูกบริเวณรอบๆ รวมทั้งเส้นเอ็นมีการเสื่อม ทำให้เกิดการอักเสบและง่ายต่อการฉีกขาด
• อาการปวดร้าวมาจากโรคบริเวณต้นคอ เช่นหมอนรองกระดูกคอเสื่อมก็ทำให้มีอาการปวดร้าวมาที่ไหล่ได้
ดังนั้นการซักประวัติ และการตรวจร่างกายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสามารถให้การวินิจฉัยโรคได้แม่นยำเพิ่มมากขึ้นและสามารถให้การรักษาได้ถูกต้องตรงตำแหน่งกับรอยโรคที่เป็น สำหรับกรณีของผู้ป่วยที่มีปัญหาเส้นเอ็นไหล่อักเสบในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่มักเกิดจากกระบวนการเสื่อมของเส้นเอ็นร่วมกับ การเสื่อมของกระดูกบริเวณหัวไหล่ ทำให้เกิดการเสียดสีของเส้นเอ็นในบริเวณหัวไหล่และกระดูก ในบางครั้งอาจทำให้เกิดการฉีกขาดของเส้นเอ็น ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดไหล่มาก ไม่สามารถยกไหล่ขึ้นเหนือศีรษะได้ ปวดมากขึ้นเวลาบิดหมุนข้อไหล่ และเกิดอาการอ่อนแรงรอบๆข้อไหล่ สิ่งสำคัญที่สุดในการรักษาอาการปวดไหล่คือการวินิจฉัยที่ถูกต้องแม่นยำ  ปวดบ่า.

Posted on May 29, 2015 at 09:33 by fgvbnhjyu · Permalink · Comments Closed
In: อกฟู รูฟิต

ปวดไหล่ การรักษาเริ่มต้นส่วนใหญ่มักให้

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

ปวดไหล่  การรักษาเริ่มต้นส่วนใหญ่มักให้
• ยาลดการอักเสบ และยาบรรเทาปวดเพื่อทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายขึ้น
• การทำกายภาพบำบัดเพื่อให้ข้อไหล่สามารถกลับมาใช้งานและเคลื่อนไหวให้ได้เหมือนเดิม การประคบด้วยความร้อน
• การฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะที่
• ถ้าอาการไม่ดีขึ้นอาจต้องตรวจพิเศษด้วยเครื่อง MRI เพื่อดูว่ามีพยาธิสภาพอย่างอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เช่น เส้นเอ็นไหล่มีการฉีกขาด การ ผ่าตัดมักทำในกรณีที่ให้การรักษาด้วยวิธีข้างต้นไม่ดีขึ้นเป็นระยะเวลานาน หลายเดือน การผ่าตัดมักจะใช้วิธีส่องกล้องเข้าไปแล้วตัดสลายพังผืด ถ้าพบว่ามีการฉีกขาดของเส้นเอ็นก็อาจจะผ่าตัดซ่อมแซมร่วมด้วย
• เกิดการฉีกขาดของเส้นเอ็นรอบๆบริเวณข้อไหล่ อันเนื่องมากจากการเสื่อมของกระดูกข้อต่อบริเวณไหล่ ทำให้เกิดการเสียดสีของเส้นเอ็นและกระดูกบริเวณรอบๆ รวมทั้งเส้นเอ็นมีการเสื่อม ทำให้เกิดการอักเสบและง่ายต่อการฉีกขาด
• อาการปวดร้าวมาจากโรคบริเวณต้นคอ เช่นหมอนรองกระดูกคอเสื่อมก็ทำให้มีอาการปวดร้าวมาที่ไหล่ได้ ปวดไหล่.

ปวดไหล่

ปวดไหล่  ดังนั้นการซักประวัติ และการตรวจร่างกายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสามารถให้การวินิจฉัยโรคได้แม่นยำเพิ่มมากขึ้นและสามารถให้การรักษาได้ถูกต้องตรงตำแหน่งกับรอยโรคที่เป็น สำหรับกรณีของผู้ป่วยที่มีปัญหาเส้นเอ็นไหล่อักเสบในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่มักเกิดจากกระบวนการเสื่อมของเส้นเอ็นร่วมกับ การเสื่อมของกระดูกบริเวณหัวไหล่ ทำให้เกิดการเสียดสีของเส้นเอ็นในบริเวณหัวไหล่และกระดูก ในบางครั้งอาจทำให้เกิดการฉีกขาดของเส้นเอ็น ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดไหล่มาก ไม่สามารถยกไหล่ขึ้นเหนือศีรษะได้ ปวดมากขึ้นเวลาบิดหมุนข้อไหล่ และเกิดอาการอ่อนแรงรอบๆข้อไหล่ สิ่งสำคัญที่สุดในการรักษาอาการปวดไหล่คือการวินิจฉัยที่ถูกต้องแม่นยำ
ปัจจุบันพบว่ามีอุบัติการณ์ของโรคปวดไหล่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากว่า ผู้ป่วยมีอายุยืนนานเพิ่มมากขึ้น แพทย์มีความรู้ ความเข้าใจในการวินิจฉัยโรคเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการมีเครื่องมือในการตรวจวินิจฉัยได้แม่นยำเพิ่มมากขึ้นกว่าในอดีต ทั้งในเรื่องของการวินิจฉัยด้วยเครื่องเสียงความถี่สูง (ultrasound) หรือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ซึ่งมีความแม่นยำสูงในการวินิจฉัยโรค และเทคนิคการฉีดยาสเตียรอยด์ด้วยการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเป็นตัวนำ ช่วยทำให้การฉีดยารักษาอาการปวดไหล่มีความแม่นยำเพิ่มมากขึ้น รวมทั้ง ลดอันตรายจากการฉีดยาสเตียรอยด์เข้าไปที่บริเวณเส้นเอ็นโดยตรง ลดอุบัติการณ์การฉีกขาดของเส้นเอ็นจากการฉีดยา ทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาลได้ผลดีขึ้นเป็นอย่างมาก
ถ้าท่านเริ่มต้นมีอาการไหล่ติดควรไปพบศัลยแพทย์กระดูกก่อนเพื่อให้แพทย์ได้ทำการตรวจร่างกายเพื่อการวินิจฉัยโรคและให้การรักษาที่ถูกต้องเพื่อลดความทรมานจากอาการปวดไหล่ ข้อไหล่ติด รวมทั้งสามารถใช้ไหล่ทำงานได้ดีเป็นปกติ ปวดไหล่.

Posted on May 29, 2015 at 09:04 by fgvbnhjyu · Permalink · Comments Closed
In: ลดสัดส่วน

ปวดคอ การรักษา

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

ปวดคอ การรักษา สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. การรักษาแบบอนุรักษ์หรือไม่ต้องผ่าตัด
1.1 การทำกายภาพบำบัดที่สถานพยาบาลหรือทำเองที่บ้าน
1.2 การใช้อุปกรณ์พยุงคอชั่วคราวประมาณ 1-2 สัปดาห์
1.3 การปรับเปลี่ยนอิริยาบถ ท่าทาง นั่งให้ตรงอย่าให้หลังค่อม อย่านั่งทำงานหรือขับรถนานติดต่อกันเป็นระยะเวลาเกินกว่า 1 ชั่วโมง
1.4 การรักษาโดยการใช้ยา ได้แก่ การทานยาต้านการอักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาบรรเทาอาการปวด รักษาอาการเส้นประสาทอักเสบ จากการกดทับของหมอนรองกระดูก เป็นต้น
1.5 การฉีดยาระงับอาการอักเสบที่บริเวณหมอนรองกระดูกที่เบียดทับเส้นประสาทโดยใช้ยาต้านการอักเสบแบบเสตียรอยด์ ได้แก่ การฉีดแบบ ESI หรือแบบ SNRB โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยหลักการคือให้ยาที่มีฤทธิ์ลดอาการอักเสบ เข้าไปยังบริเวณช่องเหนือไขสันหลัง และบริเวณเส้นประสาทสันหลังจะช่วยลดการบวมของเส้นประสาทที่ถูกกดทับในโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อน ปวดคอ.

ปวดคอ

ปวดคอ  ช่องกระดูกสันหลังตีบจากกระดูกงอก
2. การรักษาแบบผ่าตัด โดยจุดมุ่งหมายแก้ปัญหาอาการกดทับเส้นประสาทอันเกิดจากหมอนรองกระดูกเคลื่อนมาเบียดหรือชั้นกระดูกงอกเกิดขึ้นมากดทับ
ชนิดของหมอน
หนุนที่เข่าซึ่งสามรถหนุนได้สองรูปแบบ คือนอนหงายแล้วเอาหมอนหนุนใต้เข่า หรือนอนตะแคงหมอนอยู่ระหว่างขา ท่านอนและการใช้หมอนท่านี้จะช่วยลดอาการปวดหลังเนื่องจากกล้ามเนื้อหลังอักเสบ หมอนที่ใช้คือหมอนข้าง
หมอนหนุนที่ศีรษะและคอ หมอนที่ดีควรจะรองตั้งแต่ต้นคอจรดถึงศีรษะ ความสูงของหมอนประมาณ 4-6 นิ้วโดยหมอนควรจะนุ่มเพื่อที่ส่วนที่รองศีรษะยุบ จนกระทั่งหมอนสามารถรองรับบริเวณคอ หมอนชนิดนี้เหมาะสำหรับคนที่ปวดต้นคอ หากหมอนสูงเกินไปเมื่อนอนหงายหรือนอนตะแคง กล้ามเนื้อคอจะถูกยืดมากเกินไป ทำให้ปวดกล้ามเนื้อคอ และที่สำคัญในทางนอนหงายหากหมอนสูงไป จะทำให้ทางเดินหายใจแคบเกิดอาการกรน
หมอนรูปตัว U เป็นหมอนทีใช้สำหรับหนุนคอ ขณะเดินทางโดยสารเพื่อป้องกันมิให้คอเอียงไปทางด้านใดด้านหนึ่ง หรือหงายไปทางด้านหลัง เหมาะสำหรับนั่งหลับขณะโดยสารในรถหรือเครื่องบิน
หมอนรองหลัง ใช้สำหรับหนุนหลังส่วนเอว เหมาะสำหรับคนที่ต้องทำงานนั่งนาน หรือขับรถนาน เพื่อลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อหลัง
หมอนรูปโดนัท เหมาะสำหรับผู้ที่มีกระดูกก้นกบหัก เวลานั่งจะไม่ปวดก้น
เมื่อท่านเลือกที่จะใช้หมอนที่ใดที่หนึ่งให้ลองดูดูสัก 1-2 สัปดาห์จึงจะเห็นผล เมื่อใช้หมอนไประยะเวลาหนึ่งความนุ่มของหมอนจะเสียไป ต้องเปลียนหมอน
วิธีดูแลรักษา และแบรนด์ที่จำหน่ายดังนี้
หมอนยางพารา ควรผึ่งลมเพื่อกำจัดกลิ่นอับและเลี่ยงแดดจัด ถ้ามีรอยเปื้อนให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดแล้วผึ่งลมให้แห้ง
หมอนเมมโมรีโฟม เช็ดด้วยผ้าชุบน้ำสบู่อ่อนๆ และปล่อยให้แห้ง กรณีโฟมด้านในเปียก ใช้แรงกดเพื่อรีดน้ำออกและปล่อยให้แห้ง ต้องเลี่ยงแดดจัด
หมอนขนเป็ด ควรผึ่งแดดเป็นประจำครั้งละ 2-3 ชม. ตบหมอนเป็นประจำเพื่อให้ขนด้านในพองฟู เมื่อซักแล้วให้อบแห้งอย่างน้อย 5 ชม.
หมอนขนห่าน ควรนำออกผึ่งแดดสม่ำเสมอ ครั้งละ 2-3 ชม. และหมั่นตบหมอนเป็นประจำ เพื่อให้ขนด้านในพองฟู เมื่อซักแล้วให้อบแห้งอย่างน้อย 5 ชม.
หมอนใยสังเคราะห์ ควรตบหมอนตามแนวทแยงทั้งสองด้านทุกวัน เพื่อให้พองฟู ซักเป็นประจำทุก 2-3 เดือน หลังซักให้ผึ่งไว้ในแนวนอน และไม่ควรบิดหมอน ปวดคอ.

Posted on May 29, 2015 at 08:35 by fgvbnhjyu · Permalink · Comments Closed
In: ลดสัดส่วน

ยารักษาสิว กระเทียมไปทาสิวแล้วปรากฏว่ามันช่วย

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

ยารักษาสิว “กระเทียมกับการรักษาสิว” คงเป็นอะไรที่คนเป็นสิวคุ้นเคยกันไม่น้อย เรื่องของเรื่องก็คือมีคนที่ลองเอากระเทียมไปทาสิวแล้วปรากฏว่ามันช่วยทำให้สิวยุบได้ ก็เลยมีการลองและเขียนต่อๆกันมาว่ากระเทียมช่วยรักษาสิวได้
กระเทียมรักษาสิว
จริงๆแล้วก็ไม่ได้มีงานวิจัยหรือการทดลองอย่างเป็นทางการว่ากระเทียมนั้นมีสรรพคุณที่ช่วยเรื่องสิวได้จริงหรือไม่ แต่หากดูถึงสารที่อยู่ในกระเทียมก็จะมีสารตัวหนึ่งที่ช่วยในการฆ่าเชื้อรา เชื้อแบคทีเรียได้เรียกว่า “สารอัลลิชิน” ซึ่งก็น่าที่จะมีความเกี่ยวข้องกับการรักษาสิวในแง่ของการฆ่าเชื้อแบคทีเรียต้นเหตุของการเกิดสิวได้
ใช่ว่าทุกคนที่ใช้กระเทียมทาหน้าหรือทาสิวแล้วจะดีขึ้นทุกราย มีคนไม่น้อยที่ลองทำตามสูตรรักษาสิวที่อยู่ใน Internet มากมายหลายสูตร เพราะหวังว่าจะช่วยจัดการสิวบนใบหน้าได้ แต่ผลกลับตรงข้ามเพราะเกิดอาการแพ้ขึ้นมา หน้าแดง แสบร้อน บางรายก็มีผื่นๆแดงๆขึ้นมาเต็มหน้าในชั่วข้ามคืน กลายเป็นว่าต้องมานั่งรักษาสิวมากขึ้นกว่าเดิมอีก แตในรายที่ใช้แล้วไม่เกิดอาการแพ้แล้วช่วยลดการเกิดสิวได้นั้นก็มีไม่น้อย ถึงขนาดออกปากเลยว่าค้นพบวิธีรักษาสิวที่ตามหามานานก็มี ลองมาดูสูตรการรักษาสิวด้วยกระเทียมที่ได้คัดสรรมาแล้วว่าช่วยรักษาได้จริง และไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ตามมา ยารักษาสิว.

ยารักษาสิว
ยารักษาสิว  วิธีรักษาสิวด้วยกระเทียม
นำกระเทียมสดมา 1 กลีบโดยนำไปล้างสิ่งสกปรก หรือบางทีจะมีพวกเชื้อราอยู่ให้สะอาด เลือกที่มีกลีบใหญ่ๆจะใช้ได้สะดวก
นำกระเทียมมาหั่นให้เป็นแผ่นบางๆ หลายๆแผ่น
นำกระเทียมที่ได้มาถูบริเวณที่เป็นสิวเบาๆ ยิ่งตรงที่เป็นสิวอักเสบยิ่งเหมาะมากจัดไปเยอะๆเลย ไม่จำเป็นต้องทาทั่วหน้า เอาเฉพาะจุดที่เป็นสิว
ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยการล้างหน้าตามปกติ (มีบางรายที่ทิ้งไว้นานแล้วทำให้หน้าไหม้)
หลังจากล้างหน้าสะอาดแล้ว ให้นำน้ำแข็งมาประคบเพื่อลดความร้อนแรงของกระเทียมลง ลดความเสี่ยงที่จะทำให้หน้าไหม้ หรือถ้ามีแตงกวาก็หั่นแตงกว่าเป็นแว่นๆแล้วนำมาแปะไว้ที่หน้าก็ได้ช่วยได้เหมือนกัน
ก็เป็นวิธีรักษาสิวแบบง่ายๆด้วยการใช้สมุนไพรที่อยู่ในครัวอย่างกระเทียมมาเป็นตัวช่วย จากการทดลองพบว่าช่วยให้หัวสิวอักเสบยุบลงได้ดี เหมือนช่วยไม่ให้เชื้อสิวแพร่กระจายออกไป แต่ของอย่างนี้ก็แล้วแต่ผิวหน้าของแต่ละคนด้วย หากไม่แน่ใจให้ลองเอากระเทียมมาทาที่ท้องแขนดูก่อนสัก 10-15 นาที แล้วดูว่ามีอาการแสบ แดงบริเวณนั้นหรือไม่ ถ้ารู้สึกแสบๆคันๆก็แสดงว่าคุณแพ้กระเทียมเข้าให้แล้วครับ ยังไงก็หวังว่าบทความการรักษาสิวด้วยกระเทียมจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านนะครับ วันนี้ขอจบเพียงเท่านี้ครับ
รวมๆกับผลไม้ช่วยรักษาสิว ลดสิว จุดด่างดำบนหน้า ทำให้หน้าใสไร้สิว
หากพูดถึงการรักษาสิวด้วยธรรมชาติแล้ว สิ่งที่คนเรานึกถึงมากที่สุดก็คือ “การรักษาสิวด้วยผลไม้” ซึ่งมีให้เลือกสรรกันมากมาย หากจะให้พูดถึงทั้งหมดก็คงจะเขียนกันไม่รู้จบ ก็เลยขอคัดผลไม้ตัวเด็ดๆที่มีคนนิยมใช้รักษาสิวมาฝากกัน รับรองว่านอกจากจะช่วยรักษาสิวได้ดีแล้ว ยังช่วยให้หน้าขาวใส เนียนเรียบได้ดีอีกด้วย
มะนาวรักษาสิว
หากพูดถึงผลไม้ที่ช่วยเรื่องสิว มะนาวถือเป็นผลไม้อันดับต้นๆที่คนนิยมเอามาใช้รักษาสิวกันอย่างเแพร่หลาย (จริงๆแล้วมะนาวนี่เป็นผักสวนครัวไม่ใช่หรือ? ไม่เป็นไรเนียนๆไปก็แล้วกัน) ในน้ำมะนาวจะมีสารพวก AHA อยู่หรือที่เราคุ้นหูกันในชื่อ “กรดผลไม้” นั่นเองซึ่งช่วยผลัดเซลล์ผิวหน้าที่ตายแล้วออกไปได้เป็นอย่างดี และด้วยความที่เป็นกรดอ่อนๆคนจึงนิยมนำน้ำมะนาวมาแต้มที่หัวสิวอักเสบกัน ทำให้สิวอักเสบยุบ หรือช่วยให้หัวสิวเปิดออกมาช่วยให้เรากำจัดหัวสิวออกไปได้อย่างง่ายดาย นอกจากจะใช้ทาสิวได้แล้ว ยังใช้ดื่มเพื่อช่วยให้ระบบการย่อยอาหาร หรือการขับสารพิษในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น หากดื่มน้ำมะนาวเป็นประจำจะช่วยลดการเกิดสิวบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี ประโยชน์เกินตัวขนาดนี้ไม่ลองไม่ได้แล้ว
มะเขือเทศเป็นผลไม้ที่คนนิยมนำมาพอกหน้ากันมานานมาก ซึ่งในมะเขือเทศจะมีสาร Licopersioin ซึ่งมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิว มะเขือเทศเป็นกรดอ่อนๆนอกจากจะช่วยรักษาสิวอักเสบได้ดีแล้ว ยังช่วยกระชับรูขุมขนบนใบหน้าและช่วยผลัดเซลล์ผิวบนหน้าได้ดีอีกด้วย วิธีการก็คือนำมะเขือเทศไปปั่นให้ละเอียด แล้วก็จัดการพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วค่อยล้างออกตามปกติ ทำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง จะช่วยให้สิวลดลง ผิวหน้าชุ่มชื้นมีน้ำมีนวลขึ้น
มะละกอ ในมะละกอจะมีเอนไซม์ปาเปนและไคโมปาเปน ช่วยรักษาการอักเสบและช่วยการสมานแผลได้เป็นอย่างดี ยิ่งถ้าเป้นสารสะกัดจากเปลือกมะละกอดิบจะช่วยให้การสมานแผลดีกว่าทายา Solcoseryl ถึง 1 สัปดาห์ ขนาดแผลยังรักษาได้นับประสาอะไรกับการรักษาสิว โดยเฉพาะใครที่มีปัญหาเรื่องหลุมสิวนี่ไม่ควรพลาด รีบเอามะละกอสุกมาปั่นให้ละเอียด แล้วจัดการพอกหน้า ทิ้งไว้ 10-15 นาทีแล้วล้างออก จะช่วยรักษาอาการอักเสบของสิวได้เป้นอย่างดี แต่ห้ามใช้เปลือกมะละกอดิบนะครับ ยางมันเยอะเดี๋ยวมันกัดหน้าเอา
มังคุดเป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อในเรื่องการลดการอักเสบอยู่แล้ว เครื่องสำอางค์ในปัจจุบันก็มีมังคุดเป็นส่วนผสมหลายยี่ห้อ ดังนั้นเราสามารถใช้มังคุดมารักษาสิวได้ดีเช่นกัน โดยเฉพาะกับสิวอักเสบนี่ได้ผลดีนักแล วิธีทำก็เอาเปลือกมังคุดสัก 10 ลูกไปหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปคั้นน้ำด้วยที่คั้นออกมา จะได้น้ำสีม่วงๆก็นำไปผสมกับดินสอพลองให้พอข้นๆ จากนั้นก็นำมาแต้มหัวสิวที่กำลังอักเสบของเรา รับรองสิวอักเสบยุบในชั่วข้ามคืนเลยล่ะ ใครไม่เชื่อลองเอาสูตรนี้ไปใช้ดูไม่ผิดลิขสิทธิ์ใดๆทั้งสิ้น
การรักษาสิวด้วยผลไม้เป็นวิธีการรักษาแบบง่ายๆแต่ให้ผลดีในระยะยาว เนื่องจากการรักษาแบบธรรมชาตินี้จะไม่ค่อยมีการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรีย ไม่เหมือนการรักษาด้วยสารเคมี ทีพอรักษาไปนานๆเชื้อสิวก็ชอบจะดื้อยา ทำให้เราต้องใช้ยารักษาสิวกันอย่างไม่รู้จบ ลองรักษาสิวแบบธรรมชาติด้วยผลไม้ที่แนะนำกันดู อาจจะไม่ทำให้หน้าใสไร้สิวในเร็ววัน แต่หากหายแล้วอาจจะหายเป็นสิวไปตลอดเลยก็ได้ ของอย่างนี้ไม่ลองก็ไม่รู้จริงมั๊ยครับ  ยารักษาสิว.

Posted on May 27, 2015 at 09:40 by fgvbnhjyu · Permalink · Comments Closed
In: สิว ริ้วรอย

รักษาหลุมสิว บำรุงผิวให้กระจ่างใสอย่างถูกวิธี

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

รักษาหลุมสิว บำรุงผิวให้กระจ่างใส
สาวๆ ที่รักสวยรักงามไม่ว่าจะเป็นสาวผิวขาว ผิวเหลืองหรือแม้แต่สาวผิวแทนก็สามารถมีผิวที่ความกระจ่างใสและดูมีสุขภาพแบบหยุดไม่อยู่ที่สามารถสร้างขึ้นเองได้โดยที่ยังไม่ต้องไปทำอะไรเลย เพราะทุกอย่างนั้นคุณทำได้ตั้งแต่ยังไม่ออกไปสปาเลยล่ะค่ะ ผิวกระจ่างใสและดูดีนั้นจะไม่เป็นเพียงโฆษณาลอยๆ ที่สาวๆ นั่งฝันกลางวันอีกแล้วเพราะคุณสามารถทำให้มันเกิดขึ้นได้เลยไม่ต้องรอใคร
ครีมกันแดดกู้ชีพ
อย่าคิดว่าครีมกันแดดนั้นเหมาะสำหรับสาวๆ ที่อยากจะไปผิวกระจ่างใสไร้ริ้วรอยนั้น การทาครีมกันแดดแบบบางเบาหรือไม่ว่าจะทาแบบเอาเป็นเอาตายก็จะทำให้คุณดูมีผิวสวยสุขภาพดีและมีผิวที่กระจ่างใสไร้ริ้วรอยได้ไม่อยาก ฉะนั้นการทาครีมกันแดดนั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอะไรควรจะหาครีมกันแดดติดกระเป๋าเอาไว้สักนิดก็ดีนะคะ รักษาหลุมสิว.

รักษาหลุมสิว
รักษาหลุมสิว  พักผ่อนให้เพียงพอสาวๆ
ที่สามารถนอนหลับได้อย่างพอเพียงประมาณวันละ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน นั้นจะทำให้ผิวดูมีสุขภาพดีและบรรเทารอยหมองคล้ำต่างๆ ไปได้ตามธรรมชาติอีกอีกด้วย
น้ำสะอาดช่วยคุณได้
ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดลับแบบไหนก็จะมีเคล็ดลับที่สำคัญคือ การดื่มน้ำสะอาดที่มีปริมาณที่เพียงพอประมาณ 6-8 แก้วต่อวันเพื่อให้ผิวมีความยืดหยุ่น และชุ่มชื่นและมีความกระจ่างใสเพราะน้ำนั้นเป็นตัวแปรที่สำคัญในการที่ทำให้ผิวมีดูกระจ่างใสมากขึ้นอีกด้วย
สครับผิว
เมื่อสาวๆ สามารถหาชอบการดูแลผิวให้ดูสะอาดและดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอและดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะการสครับผิวนั้นก็เหมือนกับการขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพแล้วออกไปได้เร็วขึ้นจึงเป็นอีกตัวช่วยที่ทำให้ผิวดูสดชื่นและกระจ่างใส
ผักและผลไม้
การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่นั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นอยู่แล้วแต่การรับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้นโดยเฉพาะผักสดใหม่และผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงอย่างสม่ำเสมอเช่น ฝรั่ง ส้ม แครอท หรือแอบเปิ้ลเป็นต้นก็สามารถที่จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้ผิวกลับมากระจ่างใสและดูมีสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
บำรุงผิวอย่างถูกวิธี
เมื่อพูดถึงการบำรุงผิวอย่างถูกวิธีนั้นก็คือ การไม่ทำร้ายผิวทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่นการทาครีมบำรุงผิวที่เหมาะสมกับสภาพผิวหรือเหมาะกับกิจกรรมต่างที่ทำอยู่เช่น เมื่อต้องออกแดดก็ควรทาครีมกันแดด หรือเมื่อไปว่ายน้ำกลับมาก็ควรอาบน้ำทำความสะอาดผิวหลังเสร็จกิจกรรมแล้วนั่นเอง รักษาหลุมสิว.

Posted on May 27, 2015 at 09:16 by fgvbnhjyu · Permalink · Comments Closed
In: อาหารเสริมลดน้ำหนัก

สิวผด รักษารอยสิวและแผลเป็น

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

สิวผด  วิธีรักษารอยสิวและแผลเป็นให้กลายเป็นหนุ่มหน้าใส
วิธีรักษารอยสิวให้จางหายโดยเร็ว ใคร ๆ ก็บอกว่ารอยสิวแก้ยาก แต่ถ้าหนุ่ม ๆ รู้วิธีรักษารอยสิวที่ถูกต้อง รอยสิวที่บดบังความใสของใบหน้าเราก็จะหายไปแบบไม่ทิ้งร่องรอยหรือแผลเป็นไว้ให้หมดหล่อ
แค่สิวเม็ดเล็ก ๆ ขึ้นบนหน้าก็ว่าแย่มากแล้ว แต่หลังจากรักษาสิวจนแห้งไป สิ่งที่แย่ไปกว่านั้นก็คงไม่พ้นรอยสิวที่ปรากฎหลักฐานคาตาอยู่บนหน้าหล่อ ๆ ของเราจริงไหมครับ และหากว่าเจ้ารอยแผลเป็นจากสิวกำลังเป็นปัญหาที่คุณกังวลอยู่ตอนนี้ เรามาปราบรอยสิวให้จางหายไปด้วย 5 วิธีรักษารอยแผลเป็นจากสิวตามนี้เลยดีกว่าครับ
รักษาด้วยยา
ทันทีที่สังเกตเห็นรอยแผลเป็นจากสิวบนใบหน้าหล่อ ๆ ของคุณ เริ่มแรกอาจไปร้านขายยาแล้วซื้อครีมกำจัดรอยแผลเป็นจากสิวมาลองใช้ก่อน โดยครีมรักษาสิวที่ว่านี้ควรมีส่วนผสมของกรดโคจิก (Kojic acid) อาร์บูติน และวิตามินซี ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวและปรับโทนสีของผิวให้สม่ำเสมอกัน แต่ในกรณีที่รักษาด้วยครีมมานานพอสมควรแล้วรอยแผลเป็นจากสิวไม่ดีขึ้น คงต้องปรึกษาแพทย์ผิวหนังโดยตรงแล้วล่ะ สิวผด.

สิวผด
สิวผด  ฉีดฟิลเลอร์
สำหรับรอยแผลเป็นจากสิวที่เป็นร่องลึก กลายเป็นหลุมสิวจนทำให้ใบหน้าไม่เรียบเนียน สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้โดยการฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มชั้นผิวหนังให้กลับมาเรียบเนียนได้อีกครั้ง ซึ่งสารที่ใช้ฉีดมักจะเป็นคอลลาเจนและไฮยารูรอนิค เอซิด (Hyaluronic Acid) ทว่าแม้วิธีรักษารอยแผลเป็นจากสิวจะให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในทันทีที่ทำ แต่ก็ยังไม่ใช่วิธีรักษารอยหลุมสิวที่ถาวร ซึ่งก็หมายความว่าเมื่ออายุของฟิลเลอร์ที่ฉีดหมดไป รอยหลุมสิวที่เคยหายไปก็จะปรากฎขึ้นอีกครั้งนั่นเอง
เลเซอร์กำจัดรอยสิว
ในกรณีที่อยากกำจัดรอยแผลเป็นจากสิวแบบทันใจ แนะนำให้รักษารอยแผลเป็นจากสิวด้วยการเลเซอร์เลยดีกว่า ซึ่งเลเซอร์ที่ว่านี้อาจเป็นเลเซอร์กำจัดรอยสิวธรรมดา ที่จะช่วยผลัดเซลล์ผิวบริเวณที่เป็นรอยอย่างล้ำลึกและหมดจดมากขึ้น หรือจะเลือกทำ Fraxel Laser ซึ่งเป็นวิธีรักษารอยดำจากสิว รอยแผลเป็น ผลัดเซลล์ผิวพร้อมทั้งเติมเต็มเซลล์ผิวขึ้นมาใหม่ แก้ปัญหารอยหลุมสิวได้อยู่หมัด แต่ทั้งนี้การทำเลเซอร์อาจมีข้อจำกัดบางประการและต้องทำซ้ำหลายครั้ง ซึ่งก็แล้วแต่ดุลยพินิจของแพทย์ผิวหนังด้วยนะครับ
วิธีรักษารอยสิว
น้ำมะนาวช่วยได้
ถ้าใครงบน้อยหรือไม่อยากเสี่ยงกับตัวยาใด ๆ ลองใช้น้ำมะนาวทาถูให้ทั่วรอยแผลเป็นจากสิวก็ได้ กรดและวิตามินซีธรรมชาติในน้ำมะนาวจะช่วยผลัดเซลล์ผิวของคุณไปทีละน้อย ดังนั้นควรทำต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ จนกว่ารอยสิวจะจางหายไป หรือในกรณีที่ต้องการปกปิดรอยสิวแบบรวดเร็ว โปะคอนซีลเลอร์พรางรอยสิวไปก่อนก็ได้ครับ
ผ่าตัดรอยแผลเป็นจากสิวไปเลย
กรณีที่แผลเป็นจากสิวเป็นหลุมลึกและมีขนาดใหญ่ อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเอารอยแผลเป็นนั้นออกไปจากใบหน้าของเรา แล้วเย็บปิดแผลให้เรียบร้อย ซึ่งวิธีนี้ค่อนข้างมีความเสี่ยงพอสมควรแถมราคาแพงไม่เบาเลย ฉะนั้นการผ่าตัดรักษารอยแผลเป็นจากสิวจึงเป็นตัวเลือกสุดท้ายจริง ๆ ที่อยากแนะนำ ทว่าหากต้องการกำจัดรอยสิวมาก ๆ และแพทย์ผิวหนังก็เห็นด้วยกับผ่าตัด กรณีก็คงไม่น่ากังวลเท่าไร
รอยแผลเป็นจากสิวกำจัดไม่ยาก แต่อาจต้องใช้เวลาสักพักกว่าที่รอยสิวจะจางหายไป ดังนั้นหนุ่ม ๆ เองก็อย่าใจร้อน พร้อมกันนั้นพยายามดื่มน้ำสะอาดเยอะ ๆ พักผ่อนมาก ๆ ล้างหน้าทุกวัน และใช้ครีมบำรุงผิวหน้า เพื่อช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นด้วยนะครับ
สิวผด.

Posted on May 25, 2015 at 09:30 by fgvbnhjyu · Permalink · Comments Closed
In: อาหารเสริมลดน้ำหนัก

สิวอุดตัน จุดด่างดำบนใบหน้าง่ายๆ

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

สิวอุดตัน  รักษาจุดด่างดำบนใบหน้าง่ายๆ จากธรรมชาติ
ปัจจุบันนี้ในท้องตลาดก็มีเครื่องสำอางมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีทั้งราคาแพงและถูกแตกต่างกันไป บางคนก็ใช้แล้วได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง แต่สำหรับจุดด่างดำแล้วนั้นบางทีเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องสำอางสำเร็จรูปเสมอไป เพราะวิธีทางธรรมชาติที่จะรักษาจุดด่างดำนั้นก็มีมากมาย วันนี้เราก็เอาเคล็ดลับมาบอกในการรักษาจุดด่างดำด้วยวิธีธรรมชาติกัน
ว่านหางจระเข้   ให้เราใช้ในส่วนที่เป็นวุ้นธรรมชาติ ถูบริเวณที่เป็นจุดด่างดำวันละ 2-3 ครั้ง และให้ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 40-45 นาที หลังจากนั้นให้ล้างออกค่ะ
น้ำมะนาว   อย่างที่รู้กันดีแล้วว่ามะนาวนั้นมีความเป็นกรดชนิดอ่อนๆ ให้เราใช้คอตตอนบัตจิ้มน้ำมะนาวนิดๆแล้วไปแต้มที่จุดด่างดำ วันละ 2-3 ครั้ง แต่วิธีนี้อาจจะต้องใช้เวลานานเดือนเป็นเดือนถึงจะเห็นผล
นม   นมนั้นช่วยในเรื่องให้ผิวกระจ่างใส และเรียบเนียนขึ้น ให้เราเอาสำลีมาชุบน้ำนมแล้วมาแตะที่จุดด่างดำเหมือนกัน แต่มิ้งไว้แค่ 15 นาทีเท่านั้นแล้วล้างออก แต้มวันละ 1-2 ครั้งก็ได้ สิวอุดตัน.

สิวอุดตัน
สิวอุดตัน  วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ ที่ช่วยทำให้หน้าเนียนใสปิ๊ง
มะขามเปียก นำเนื้อมะขามเปียกมาพอกหรือทาไปยังบริเวณผิวที่เป็นรอยฝ้า โดยทาบาง ๆ ให้ทั่วรอยฝ้า ทิ้งไว้ 3-5 นาทีแล้วล้างออก จะสามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าทำให้รอยฝ้าดูจางลงและลดรอยด่างดำได้ ทั้งนี้ หากไม่มีมะขามเปียกอาจใช้เป็นน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาวแทนก็ได้ค่ะ
หัวไชเท้า เพียงนำหัวไชเท้ามาล้างให้สะอาด แล้วปอกเปลือกออกให้หมด จากนั้นจึงนำไปหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วปั่นพอละเอียด (อาจบีบน้ำมะนาวผสมลงไปนิดหน่อย) นำมาพอกไว้ให้ทั่วหน้าหรือบริเวณที่เป็นฝ้าประมาณ 15 นาที รับรองว่าทำเป็นประจำฝ้าหายเกลี้ยง ! ว้าว ๆ ..เพิ่งจะรู้ว่าหัวไชเท้านอกจากอร่อยแล้ว ยังช่วยให้หน้าสวยได้ด้วยนะเนี่ย !
ว่านหางจระเข้ เพราะในว่านหางจระเข้มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยลบเลือนริ้วรอย จุดด่างดำได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีกรดอ่อน ๆ ช่วยลดความมันบนใบหน้า สำหรับวิธีการรักษาฝ้าด้วยว่านหางจระเข้ก็ทำได้ง่าย ๆ เพียงนำเนื้อวุ้นในว่านหางจระเข้มาทาบริเวณใบหน้าวันละ 2 ครั้ง ทำต่อเนื่องกัน 1-2 เดือน จะสังเกตได้ว่ารอยฝ้า รอยดำต่าง ๆ จะดูจางอย่างเห็นได้ชัด
ใบบัวบก จากการวิจัยพบว่าใบบัวบกนั้นมีสรรพคุณรักษาอาการของโรคผิวหนัง โดยเฉพาะกระ ฝ้าและสิว ไม่ว่าจะคั้นน้ำดื่มเย็น ๆ เป็นประจำหรือนำมาปั่นแล้วนำน้ำใบบัวบกมาเช็ดแทนโทนเนอร์ก่อนนอนทุกวัน เท่านี้บรรดารอยฝ้าต่าง ๆ เตรียมย้ายบ้านหนี เหลือไว้แต่หน้าขาวเนียนสดใส
น้ำแอปเปิลไซเดอร์ ใครจะรู้ว่าน้ำส้มสายชูจากผลแอปเปิลจะมีประโยชน์ในด้านการดูแลผิวได้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เพราะในน้ำส้มสายชูมีฤทธิ์เป็นกรด จึงช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใส เนียนนุ่มขึ้นได้ ด้วยการน้ำแอปเปิลไซเดอร์มาผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อย แล้วใช้สำลีเช็ดให้ทั่วใบหน้า รอจนแห้งแล้วล้างออก
ไข่ขาว เพียงแยกไข่ขาวดิบออกจากไข่แดง แล้วนำไข่ขาวบริเวณรอบ ๆ ไข่แดงมาทาบางให้ทั่วบริเวณที่เป็นฝ้า (อาจทาทั่วหน้าเพื่อช่วยลอกสิวเสี้ยนไปในตัว) ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ทำเป็นประจำทุกวัน ไข่ขาวจะช่วยดูดซับรอยฝ้าและสิ่งสกปรกให้หมดไปจากใบหน้า
เมื่อได้วิธีรักษาฝ้าด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติกันไปแล้ว สิ่งที่สาว ๆ ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือ การดูแลและปกป้องผิว ด้วยการทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันและควรรับประทานผัก-ผลไม้เยอะๆ เพื่อช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนสวยอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ฝ้ากลับมาเยือนผิวหน้าแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิวอุดตัน.

Posted on May 25, 2015 at 09:09 by fgvbnhjyu · Permalink · Comments Closed
In: ลดสัดส่วน

รักษาสิว ธีรักษาสิวชนิดต่างๆ

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

รักษาสิว  ประเภทของสิว และวิธีรักษาสิวชนิดต่างๆ
สิวแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆได้ 3 ประเภท คือ สิวที่เริ่มเป็นอย่างสิวหัวขาว สิวหัวดำ และการแย่ลงของสิวดังกล่าวจนกลายเป็นสิวอักเสบ สีแดง
สิวหัวขาว มีลักษณะเป็นตุ่มใสเล็กๆ เห็นน้ำมันที่อุดตันอยู่ภายใน สิวหัวขาว คือสิ่งที่อุดตันรูขุมขนจนปิดทางออกของน้ำมันหล่อเลี้ยงผิว สิ่งอุดตันนี้เกิดจากการหนาตัวของชั้นขี้ไคลที่อยู่รอบๆ รูขุมขนเข้าไปอุดตันรูขุมขน เมื่อผสมกับน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวจะกลายเป็นน้ำมันที่แข็งตัวเหมือนจุกคอร์ก
สิวหัวดำ คือ น้ำมันหล่อเลี้ยงผิวที่ทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่นกับอากาศเห็นเป็นจุดดำๆ บนรูขุมขน บางครั้งเรียกว่า Black head ส่วนมากมักพบบริเวณปลายจมูกและแก้ม ทั้งสิวหัวขาวและสิวหัวดำหากไม่รีบรักษาตั้งแต่ต้น เมื่อเกิดการอักเสบก็จะกลายเป็นสิวอักเสบได้ รักษาสิว.

รักษาสิว
รักษาสิว  อย่างไรก็ตาม วิธีรักษาสิวสำหรับบรรดาสาวใหญ่ที่อยากให้สิวหายในหนึ่งวัน มักจะล้างหน้าบ่อยๆ หรือใช้เครื่องสำอางที่กำจัดน้ำมันได้สูงซึ่งเป็นเครื่องสำอางรักษาสิวของวัยรุ่น พึงระลึกไว้ว่าจะทำให้ผิวแพ้แห้งขึ้นและเป็นต้นเหตุของการเกิดสิว เมื่อผิวแห้งหนังกำพร้าจะเร่งฟื้นฟูตัวเอง โดยดันเซลล์ซึ่งอยู่ในชั้นลึกลงไปที่ยังพัฒนาตัวไม่ดีพอให้ขึ้นมาและหนาจนเป็นชั้นขี้ไคล แต่เนื่องจากยังเป็นขี้ไคลที่ไม่แข็งแรง เมื่อถูกกระตุ้นเพียงเล็กน้อยจึงหลุดลอกง่าย เมื่อรวมกับน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวจึงเกิดการอุดตันรูขุมขนจนกลายเป็นสิว วนเวียนเป็นวงจรไปเรื่อย พึงระลึกไว้เสมอว่าการดูแลสิวในวัยผู้ใหญ่ต้องเน้นความชุ่มชื้นเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเป็นสิวอักเสบแล้ว ก็รีบปรึกษาแพทย์ผิวหนังทันที เนื่องจากการอักเสบสามารถทำลายโครงสร้างของผิวชั้นหนังแท้ได้ เป็นเหตุให้เม็ดสีจับตัวกันหรือทิ้งร่องรอยของสิวเอาไว้ได้ง่าย
สาเหตุการเกิดสิวของผู้หญิงในวัยผู้ใหญ่
สาเหตุการเกิดสิวของผู้หญิงในวัยผู้ใหญ่เกิดจากสาเหตุใหญ่ๆ คือ โครงสร้างของร่างกาย พฤติกรรมการบริโภค อายุที่เพิ่มขึ้น หรือความเครียดที่ทำให้ความสมดุลของฮอโมนผิดเพี้ยนไป เมื่อมีความเครียดฮอร์โมนเพศชายจะสูงขึ้น ทำให้น้ำมันหล่อเลี้ยงผิวถูกขับออกมามากกว่าปกติ สิวในวัยผู้ใหญ่ที่มีสาเหตุจากการขับน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวมากเกินไปเป็นหนึ่งในโรคที่เกิดจากอนุมูลอิสระนั่นเอง
การขับน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวออกมามากๆ ทำให้ความดันในท่อที่เรียกว่ารูขุมขนสูงขึ้น ทำให้รูขุมขนขยายตัว ไขมันอุดตันอยู่ตรงนั้นเป็นปกติอยู่แล้วเกิดความปั่นป่วน ! เซลล์จะขับเอนไซม์ที่ชื่อไลเปสออกมาเพื่อย่อยกรดไขมันอิสระ ทำให้ไขมันที่อุดตันอยู่ตรงนั้นหายไป แต่เนื่องจากกรดไขมันอิสระมีความเป็นพิษสูงจึงไปทำลายผิวหนังทำให้เกิดรูขึ้น นอกจากนี้ กรดไขมันอิสระยังไปกระตุ้นเม็ดเลือดขาวที่อยู่ใต้ผิวหนัง อนุมูลอิสระก็ถูกขับออกมาด้วย ทำให้ผิวหนังอักเสบและพัฒนาต่อไปเป็นสิวอักเสบ เมื่อเกิดการอักเสบจะทำให้โครงสร้างผิวชั้นหนังแท้ที่อยู่ชั้นลึกๆ ของผิวหนังถูกทำลาย ทำให้เม็ดสีจับตัวกันหรือเกิดแผลเป็นสิวได้ง่าย เนื่องจากสิวจากความเครียดนี้มีอิทธิพลของฮอร์โมนชายบางครั้งก็มีคำอธิบายว่า ตำแหน่งที่หนวดงอกจะเป็นตำแหน่งที่เกิดสิวของผู้หญิงนั่นเอง
สารที่ออกฤทธิ์กำจัดอนุมูลอิสระหรือลดการขับน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวได้แก่ วิตามินซี กรดผลไม้ และสารสกัดจากหญ้าหวานที่ละลายในน้ำมัน ในบรรดาวิตามินซีทั้งหลายยังมีวิตามินซีที่ละลายในน้ำซึ่งเหมาะสำหรับคนผิวมัน ส่วนวิตามินซีที่ละลายในน้ำมันเหมาะสำหรับคนที่เป็นสิวที่มีผิวแห้ง นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม วิตามินบี ที่เป็นตัวกระตุ้นเซลล์ประสาทให้ตื่นตัวไม่ยอมแพ้ต่อความเครียด ก็แก้ปัญหาสิวได้ดีเช่นกัน รักษาสิว.

Posted on May 25, 2015 at 08:38 by fgvbnhjyu · Permalink · Comments Closed
In: อกฟู รูฟิต

ขาหนีบดำ ปัญหาและทางแก้ ควรทำอย่างไร

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

ขาหนีบดำ  ปัญหาและทางแก้ ควรทำอย่างไร ปกติแล้วขาหนีบดำ มักจะเกิดจาก มีการเสียดสีที่ขาหนีบ ไม่ว่าขอบกางเกงใน หรือ ขาหนีบเสียดสีกันเอง หรือเกิดจากการเสียดสีกับผ้าอนามัย โดยเฉพาะคนอ้วน จึงทำให้ผิวส่วนนั้นดำ สูตรมะขามเปียกนี้ยัง ใช้ในการรักษาผิวพรรณกร้านดำ ที่รักแร้ หรือจุดด่างดำในเรือนร่างได้อีกด้วย
รักษาขาหนีบดำ และรักแร้ดำ ขั้นตอนการทำครีมพอกจากมะขามเปียกก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่คุณนำมะขามเปียกพอประมาณมาผสมกับน้ำอุ่น 1 แก้ว และนมสด ครึ่งกล่องผสมทุกอย่างให้เข้ากัน จากนั้นนำไปพอกยังบริเวณผิวที่มีปัญหา เช่น ขาหนีบดำ ตาตุ่ม ข้อศอก รักแร้ดำ หรือ ผิวหยาบกร้าน สูตรมะขามเปียกนี้จะทำให้รอยดำ จุดด่างดำ และผิวหยาบกร้านลดลงได้ หรือ ใช้ผงสมุนไพรขัดหน้าที่มีส่วนผสม เช่น ขมิ้น ไพร อย่าเอาที่ใส่สารเคมี อาจเกิดการแพ้ ได้ เพราะผิวบริเวณนี้ ค่อนข้างบอบบาง นำผงสมุนไพรขัดหน้า ผสมกับ น้ำมะขามเปียก หรือน้ำผึ้งก็ได้ ผสมพอให้ข้น นำไปขัดเบาๆ วันเว้นวันก็ได้ ถ้าคุณมีเวลาพอ ให้คุณนวดผิวด้วยน้ำนมเป็นประจำ ขาว เนียน นุ่ม น่าสัมผัส ขาหนีบดำ.

ขาหนีบดำ
ขาหนีบดำ  แต่ถ้าใครไม่กลัวการแพ้สารเคมี ทำให้ขาหนีบ รักแร้ดำ ก็ใช้ครีมต่างๆ ที่มีขายอยู่ในปัจุบัน ที่ใช้รักษา ขาหนีบ รักแร้ดำก็ได้ พยายามเลือกอันที่มี ส่วนผสมของสมุนไพร ให้มากที่สุดก็แล้วกัน
ขาหนีบดำมีวิธีแก้ให้ขาวขึ้นหรือเปล่าค่ะ อยากทราบวิธีแก้ค่ะ และสาเหตุเกิดจากอะไรค่ะ ช่วยตอบคำถามด้วยนะค่ะ

1. ลดโอกาสเกิดเสียแต่แรก
คุณควรเลี่ยงการใส่ชั้นในรัด ๆ ที่ทำให้ผิวหยาบกร้านและเกิดรอยด่างดำ นอกจากนี้ หากผิวของคุณเกิดรอยเพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็ควรเริ่มลดน้ำหนักของคุณอย่างจริงจังได้แล้ว เพื่อให้ผิวของคุณกลับมาดูดี รวมถึงเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น และยังช่วยเรียกความมั่นใจของคุณให้เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย
2.  ใช้สบู่สูตรที่เหมาะกับคุณ
หากคุณไม่ต้องการใช้สูตรผสมสมุนไพรต่าง ๆ ให้ยุ่งยาก คุณก็สามารถใช้สบู่ธรรมดา ๆ ขัดถูเป็นพิเศษเวลาอาบน้ำได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ต้องเป็นสบู่ที่มีส่วนผสมหลักเป็นชะเอมเท่านั้น จึงจะช่วยให้ผิวส่วนนั้นของคุณนุ่มและขาวขึ้นได้ ทั้งนี้ หากลองบีบน้ำเลมอนประมาณครึ่งลูกผสมในเจลอาบน้ำ แล้วทาทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นจึงค่อยล้างออก ก็สามารถช่วยคุณได้เช่นกัน
4. เอามะขามเปียกเข้าช่วย
ด้วยวิธีการง่าย ๆ เพียงแค่นำมะขามเปียกพอประมาณ น้ำอุ่น 1ถ้วย และนมสดครึ่งกล่อง หรือ ประมาณ 100มิลลิลิตร มาผสมเข้าด้วยกันจนมีลักษณะคล้ายครีม จากนั้นนำมาพอกบริเวณขาหนีบ และนวดเบา ๆ เท่านั้น ก็ช่วยให้รอยดำที่หยาบกร้านบริเวณขาหนีบ กลับมานุ่มนิ่ม และรอยดำจางลงได้ อย่างไรก็ตาม ควรทำเป็นประจำ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 1ครั้ง
5. ใช้น้ำนมให้เป็นประโยชน์
นมเปรี้ยวที่มีส่วนผสมของกรดแลคติคสูง จะช่วยให้ผิวของคุณกลับมาเรียบเนียนและขาวขึ้นได้ ดังนั้นคุณจึงควรนำนมเปรี้ยวยี่ห้อใดก็ได้มาทาในบริเวณที่ผิวคล้ำเสีย เพื่อสุขภาพผิวที่ดีขึ้น นอกจากนี้ การดื่มนมอุ่นครึ่งแก้วผสมด้วยผงขมิ้นครึ่งช้อนชาอย่างต่อเนื่องทุก ๆ วัน ยังช่วยทำให้ผิวของคุณดูขาวขึ้นได้โดยไม่ต้องเสี่ยงกับอันตรายจากสารเคมีแบบครีมทาผิวอื่น ๆ อีกด้วย
6. ผสมสมุนไพรทาดู
ส่วนผสมที่ใช้ในสูตรนี้นั้นมีไม่มาก แถมยังหาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพงอีกด้วย แค่เพียงนำน้ำมะนาว มาผสมกับผงขมิ้นและนมสด พอกทิ้งไว้บริเวณรอยด่างดำจนแห้ง จากนั้นจึงค่อยล้างออก ก็จะช่วยให้ผิวของคุณขาวและนุ่มเนียนขึ้นได้แล้ว
7. ขัดผิวเป็นประจำ
การขัดผิวอย่างสม่ำเสมอจะเป็นการช่วยผลัดเซลล์ผิวของคุณ ซึ่งจะช่วยให้ผิวของคุณหยาบกร้านน้อยลง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผิวบริเวณรอยด่างดำของคุณนั้นค่อนข้างบอบบาง จึงควรใช้แต่สครับสูตรที่สกัดจากธรรมชาติเท่านั้น
เพียงแค่ทำตามเทคนิคง่าย ๆ 7 ข้อนี้คุณก็ไม่ต้องกังวลกับรอยคล้ำเสียหยาบกร้านให้อายใครแล้ว สาว ๆ ลองไปทำกันดูนะคะ
ขาหนีบดำ.

Posted on May 22, 2015 at 11:11 by fgvbnhjyu · Permalink · Comments Closed
In: ครีม

ขาหนีบดำ ขาหนีบดำ…ทำไงดี

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

ขาหนีบดำ  ขาหนีบดำ…ทำไงดี
ที่ผ่านมาสาว ๆ หลายคนอาจกลุ้มใจกับปัญหาขาหนีบดำ จนอายที่จะใส่บิกินี่น่ารัก ๆ ไปเที่ยวทะเล แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลไป เพียงแค่ทำตามเทคนิคลดรอยด่างดำตามนี้ คุณก็สามารถใส่บิกินี่ไปอวดหุ่นสวยไม่แพ้ใครรับหน้าร้อนนี้ได้เช่นกัน
1. ลดโอกาสเกิดเสียแต่แรก
คุณควรเลี่ยงการใส่ชั้นในรัด ๆ ที่ทำให้ผิวหยาบกร้านและเกิดรอยด่างดำ นอกจากนี้ หากผิวของคุณเกิดรอยเพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็ควรเริ่มลดน้ำหนักของคุณอย่างจริงจังได้แล้ว เพื่อให้ผิวของคุณกลับมาดูดี รวมถึงเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น และยังช่วยเรียกความมั่นใจของคุณให้เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย ขาหนีบดำ.

ขาหนีบดำ
ขาหนีบดำ   2.  ใช้สบู่สูตรที่เหมาะกับคุณ
หากคุณไม่ต้องการใช้สูตรผสมสมุนไพรต่าง ๆ ให้ยุ่งยาก คุณก็สามารถใช้สบู่ธรรมดา ๆ ขัดถูเป็นพิเศษเวลาอาบน้ำได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ต้องเป็นสบู่ที่มีส่วนผสมหลักเป็นชะเอมเท่านั้น จึงจะช่วยให้ผิวส่วนนั้นของคุณนุ่มและขาวขึ้นได้ ทั้งนี้ หากลองบีบน้ำเลมอนประมาณครึ่งลูกผสมในเจลอาบน้ำ แล้วทาทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นจึงค่อยล้างออก ก็สามารถช่วยคุณได้เช่นกัน
4. เอามะขามเปียกเข้าช่วย
ด้วยวิธีการง่าย ๆ เพียงแค่นำมะขามเปียกพอประมาณ น้ำอุ่น 1ถ้วย และนมสดครึ่งกล่อง หรือ ประมาณ 100มิลลิลิตร มาผสมเข้าด้วยกันจนมีลักษณะคล้ายครีม จากนั้นนำมาพอกบริเวณขาหนีบ และนวดเบา ๆ เท่านั้น ก็ช่วยให้รอยดำที่หยาบกร้านบริเวณขาหนีบ กลับมานุ่มนิ่ม และรอยดำจางลงได้ อย่างไรก็ตาม ควรทำเป็นประจำ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 1ครั้ง
5. ใช้น้ำนมให้เป็นประโยชน์
นมเปรี้ยวที่มีส่วนผสมของกรดแลคติคสูง จะช่วยให้ผิวของคุณกลับมาเรียบเนียนและขาวขึ้นได้ ดังนั้นคุณจึงควรนำนมเปรี้ยวยี่ห้อใดก็ได้มาทาในบริเวณที่ผิวคล้ำเสีย เพื่อสุขภาพผิวที่ดีขึ้น นอกจากนี้ การดื่มนมอุ่นครึ่งแก้วผสมด้วยผงขมิ้นครึ่งช้อนชาอย่างต่อเนื่องทุก ๆ วัน ยังช่วยทำให้ผิวของคุณดูขาวขึ้นได้โดยไม่ต้องเสี่ยงกับอันตรายจากสารเคมีแบบครีมทาผิวอื่น ๆ อีกด้วย
6. ผสมสมุนไพรทาดู
ส่วนผสมที่ใช้ในสูตรนี้นั้นมีไม่มาก แถมยังหาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพงอีกด้วย แค่เพียงนำน้ำมะนาว มาผสมกับผงขมิ้นและนมสด พอกทิ้งไว้บริเวณรอยด่างดำจนแห้ง จากนั้นจึงค่อยล้างออก ก็จะช่วยให้ผิวของคุณขาวและนุ่มเนียนขึ้นได้แล้ว
7. ขัดผิวเป็นประจำ
การขัดผิวอย่างสม่ำเสมอจะเป็นการช่วยผลัดเซลล์ผิวของคุณ ซึ่งจะช่วยให้ผิวของคุณหยาบกร้านน้อยลง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผิวบริเวณรอยด่างดำของคุณนั้นค่อนข้างบอบบาง จึงควรใช้แต่สครับสูตรที่สกัดจากธรรมชาติเท่านั้น
เพียงแค่ทำตามเทคนิคง่าย ๆ 7 ข้อนี้คุณก็ไม่ต้องกังวลกับรอยคล้ำเสียหยาบกร้านให้อายใครแล้ว สาว ๆ ลองไปทำกันดูนะคะ ขาหนีบดำ.

Posted on May 22, 2015 at 10:27 by fgvbnhjyu · Permalink · Comments Closed
In: ครีม